๙. ปัญหาวารวิภังค์แห่งอุปนิสสยปัจจัย
ในอุปนิสสยปัจจัย ๓ อย่างนั้น อารัมมณูปนิสสยปัจจัย พร้อมทั้งองค์ธรรมเป็นต้น เหมือนกันกับอารัมมณาธิปติปัจจัยทุกประการ อนันตรูปนิสสยปัจจัยพร้อมทั้งองค์ธรรมเป็นต้น เหมือนกันกับอนันตรปัจจัยทุกประการ ฉะนั้น มิจำเป็นที่จะต้องแสดงอีก จะแสดงแต่ "ปกตูปนิสสยปัจจัย" อย่างเดียว
๙/๓. ปัญหาวารวิภังค์แห่งปกตูปนิสสยปัจจัย
ก. กุสลบท
กุสลปทาวสาน ใน กุสลบท (กุศลเป็นปัจจัยแก่กุศล ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
วิธิพระบาลี
๑. กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส ธมุมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
กุศลธรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย ฯ
อนุวาทพระบาลี
๑) สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ, สีลํ สมาทิยติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ, ฌานํ อุปฺปาเทติ, วิปสฺสนํ อุปฺปาเทติ, มคฺคํ อุปฺปาเทติ อภิญฺญํ อุปฺปาเทติ สมาปตฺตึ อุปปาเทติ.
บุคคลใดอาศัยศรัทธา คือความเชื่อคุณของพระรัตนตรัย กรรมและผลของกรรม โลกนี้โลกหน้าเป็นต้นแล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌาน วิปัสสนาญาณ มรรค อภิญญา สมาบัติ เกิดขึ้น ฯ
๒) สีลํ สุตํ จาคํ ปญฺญํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ อุโปสถกมฺมํ กโรติ ฌานํ อุปฺปาเทติ วิปสฺสนํ อุปฺปาเทติ มคฺคํ อุปฺปาเทติ อภิญฺญํ อุปฺปาเทติ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ.
บุคคลใดอาศัยศีล ได้เห็น ได้ยิน บริจาค และความรู้แล้ว ให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌาน วิปัสสนาญาณ มรรค อภิญญา สมาบัติ เกิดขึ้น
๓) สทฺธา สีลํ สุตํ จาโค ปญฺญา สทฺธาย สีลสฺส สุตสฺส จาคสฺส ปญฺญาย ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย
๔) ปฐมสฺส ฌานสฺส ปริกมฺมํ ปฐมสฺส ฌานสฺส,
ทุติยสฺส ฌานสฺส ปริกมฺมํ ทุติยสฺส ฌานสฺส,
ตติยสฺส ฌานสฺส ปริกมฺมํ ตติยสฺส ฌานสฺส,
จตุตฺถสฺส ฌานสฺส ปริกมฺมํ จตุตฺถสฺส ฌานสุส,
อากาสานญฺจายตนสฺส ปริกมฺมํ อากาสานญฺจายตนสฺส,
วิญฺญาณญฺจายตนสฺส ปริกมฺมํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส,
อากิญฺจญฺญายตนสฺส ปริกมฺมํ อากิญฺจญฺญายตนสฺส,
เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส ปริกมฺมํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส
ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
ปริกรรมคือภาวนา ที่เกิดก่อนปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนมาน วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน
เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนฌาน วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน โดยเฉพาะ ๆ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย ฯ
๕) ปฐมํ ฌานํ ทุติยสฺส ฌานสฺส,
ทุติยํ ฌานํ ตติยสฺส ฌานสฺส,
ตติยํ ฌานํ จตุตฺถสฺส ฌานสฺส
จตุตฺถํ ฌานํ อากาสานญฺจายตนสฺส,
อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส,
วิญฺญาณญฺจายตนํ อากิญฺจญฺญายตนสฺส,
อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนมาน วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่ ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนฌาน วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ตามลำดับ ด้วยอำนาจ
ปกตูปนิสสยปัจจัย
๖) ทิพฺพสฺส จกฺขุสฺส ปริกมฺมํ ทิพฺพสฺส จกฺขุสฺส,
ทิพฺพาย โสตธาตุยา ปริกมฺมํ ทิพฺพาย โสตธาตุยา,
อิทฺธิวิธญาณสฺส ปริกมฺมํ อิทฺธิวิธญาณสฺส,
เจโตปริยญาณสฺส ปริกมฺมํ เจโตปริยญาณสฺส,
ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ปริกมฺมํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส,
ยถากมฺมูปคญาณสฺส ปริกมฺมํ ยถากมฺมูปคญาณสฺส,
อนาคตํสญาณสฺส ปริกมฺมํ อนาคตํสญาณสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
ปริกรรมคือภาวนา ที่เกิดก่อน ทิพพจักขุ ทิพพโสตะ อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ ทิพพจักขุ ทิพพโสตะ อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ โดยเฉพาะ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย ฯ
๗. ทิพฺพจกฺขุ ทิพฺพาย โสตธาตุยา,
ทิพฺพโสตธาตุ อิทฺธิวิธญาณสฺส,
อิทฺธิวิธญาณํ เจโตปริยญาณสฺส,
เจโตปริยญาณํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส,
ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ ยถากมฺมูปคญาณสฺส,
ยถากมฺมูปคญาณิ อนาคตํสญาณสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
ทิพพจักขุ ทิพพโสตะ อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่ทิพพโสตญาณ อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสดิญาณ ยถากัมมูปญาณ อนาคตังสญาณ ตามลำดับ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย ฯ
๘) ปฐมสฺส มคฺคสฺส ปริกมฺมํ ปรมสฺส มคฺคสฺส,
ทุติยสฺส มคฺคสฺส ปริกมฺมํ ทุติยสฺส มคฺคสฺส,
ตติยสฺส มคฺคสฺส ปริกมฺมํ ตติยสฺส มคฺดสฺส,
จตุตฺถสฺส มคฺคสฺส ปริกมฺมํ จตุตฺถสฺส มคฺคสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
ปริกรรมคือภาวนาที่เกิดก่อนโสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค โดยเฉพาะ ๆ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย ฯ
๙. ปฐโม มคฺโค ทุติยสฺส มคฺคสฺส, ทุติโย มคฺโค ตติยสฺส มคฺคสฺส, ตติโย มคฺโด จตุตฺถสฺส มคฺคสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่ สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค ตามลำดับ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย ฯ
๑๐. เสกฺขา มคฺคํ อุปนิสฺสาย อนุปฺปนฺนํ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทนฺติ(1) อุปฺปนฺนํ สมาปชฺชนฺติ, สงฺขาเร อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสนฺติ.
พระเสกขบุคคลทั้งหลาย อาศัยมรรคที่ตนได้แล้ว ทำฌานสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิด เมื่อฌานเกิดแล้วก็เข้าฌานที่ได้ทำสำเร็จแล้วด้วยการอธิษฐาน ผลเสกขบุคคลทั้งหลายพิจารณาสังขารธรรมรูปนาม โดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ฯ
๑๑. มคฺโค เสกฺขานํ อตฺถปฏิสมฺภิทาย ธมฺมปฏิสมฺภิทาย นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาย ปฏิภาณปฏิสมฺภิทาย ฐานาฐานโกสลฺลสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
มรรคของพระเสกขบุคคลทั้ง ๓ เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อัตถปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานเนื้อความพระไตรปิฎก) ธรรมปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในธรรมภาษามคธ บาลี ไวยากรณ์) นิรุตติปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในภาษาต่างๆ) ปฏิภาณปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานทั้งประการดังที่กล่าวแล้วนี้) และความฉลาดในเหตุที่สมควรและไม่สมควร" ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย ฯ
(1)๑๐ ที่ว่า "เสกฺขา มคฺคํ อุปนิสฺสาย อนุปฺปนฺนํ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ" นี้หมายเอามัคคสิทธิฌาน คือฌานที่สำเร็จด้วยอำนาจมรรค (คนที่เคยได้ฌานในภพก่อน ๆ หรือปรารถนาให้สมาบัติเกิดในขณะมรรคเกิด)
การรู้เหตุอันสมควรและไม่สมควรนี้ รู้ด้วยปัญญาในมหากุศลญาณสัมปยุตตะก็มี รู้ด้วยอภิญญาก็มี เข้ากับยถากัมมูปคอภิญญา
ฆฏนาไม่มี เพราะปัจจัยนี้มีอำนาจเป็นพิเศษอยู่แล้ว
-----------------
จำแนกบท และ แสดงองค์ธรรม
ในวิธิพระบาลี -
กุสโล ธมฺโม องค์ธรรมได้แก่ กุศลจิตอุปบาท ๒๐ ที่เป็นพลวะมีกำลังมาก (เว้นอรหัตตมรรคจิต ๑) เป็นปัจจัย
กุสลสฺส ธมฺมสฺส องค์ธรรมได้แก่ กุศลจิตตุปบาท ๒๐ เป็นปัจจยุปบัน
- ว่าโดย กาล เป็นไปใน ปวัตติกาล
- ว่าโดย ภูมิ เป็นไปใน จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
- ว่าโดย บุคคล เป็นไปใน ปุถุชน ๔ อริยบุคคล ๗ (เว้นพระอรหันต์)
- ว่าโดย วิถี เป็นไปใน ปัญจทวารวิถี กามชวนะ และอัปปนาชวนมโนทวารวิถี
ปกตูปนิสุสยปจุจเยน แสดงให้รู้ถึงอำนาจของปกตูปนิสสยปัจจัยอย่างเดียว ไม่มีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาช่วยอุปการะในคราวเดียวกันแต่ประการใด
ปจฺจโย ฯลฯ ในอนุวาทพระบาลี องค์ธรรม กาล ภูมิ เป็นตัน พึงเข้าใจตามคำแปล
---------------------
อกุสลปทาวสาน ใน กุสลบท
วิธิพระบาลี
- กุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส ธมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(กุศลธรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
อนุวาทพระบาลี
๑) สทฺธํ อุปนิสฺสาย มานํ ชปเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ, สีลํ สุตํ จาคํ ปญฺญํ อุปนิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ ทิฏฐึ คณฺหาติ.
(บุคคลใดอาศัยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญาของตนแล้ว ย่อมทำมานะที่ยังไม่เกิดให้เกิด มีการถือเอาความเห็นผิด)
๒) สทฺธา สีลํ สุตํ จาโค ปญฺญา ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ศรัทธา ศีล สุต จาคะ ปัญญา เป็นปัจชัย ช่วยแก่อุปการะแก่ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฎฐิ และโลภะที่มีสภาพปรารถนาภวสมบัติ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย
จำแนกบท และ แสดงองค์ธรรม
ในวิธิพระบาลี
"กุสโล ธมฺโม" องค์ธรรมได้แก่ โลกียกุศลจิตตุปบาท ๑๗ ที่เป็นพลวะมีกำลังมาก เป็นปัจจัย
"อกุสลสุส ธมฺมสฺส" องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตอุปบาท ๑๒ เป็นปัจจยุปบัน
ว่าโดย กาล เป็นไปใน ปวัตดิกาล
ว่าโดย ภูมิ เป็นไปใน จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ว่าโดย บุคคล เป็นไปใน ปุถุชน ๕ ผลเสกขบุคคล ๓
ว่าโดย วิถี ธรรมที่เป็นปัจจัย เป็นไปใน ปัญจทวารวิถี กามชวนมโนทวารวิถี ฌานวิถี ธรรมที่เป็นปัจจยุปบัน เป็นไปใน ปัญจทวารวิถี กามชวนมโนทวารวิถี
ปกตูปนิสุสยปจุจเยน แสดงให้รู้ถึงอำนาจของปกตูปนิสสยปัจจัยอย่างเดียว
ปจฺจโย ฯลฯ ในอนุวาทพระบาลี องค์ธรรม กาล ภูมิ เป็นต้น พึงเข้าใจตามพระบาลี
อพฺยากตปทาวสาน ใน กุสลบท (กุศล เป็นปัจจัยแก่อัพยากต)
วิธิพระบาลี
กุสโล ธมฺโม อพฺยากตสฺส ธมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(กุศลธรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อพยากตธรรม ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
อนุวาทพระบาลี
๑) สทฺธํ อุปนิสฺสาย อตฺตานํ อาตาเปติ ปริตาเปติ ปริยิฏฺฐิมูลํ ทุกฺขํ ปจฺจนุโภติ, สีลํ สุตํ จาคํ ปญฺญํ อุปนิสฺสาย อตฺตานํ อาตาเปติ ปริตาเปติ ปริยิฏฺฐิมูลกํ
ทุกฺขํ ปจฺจนุโภติ.
(บุคคลใดอาศัยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ของตนแล้ว ย่อมทำความเดือดร้อนที่ยังไม่เกิดให้เกิด ที่เกิดแล้วก็ให้เกิดมากขึ้นและต้องเสวยทุกข์ทางกายด้วยการแสวงหาเป็นมูลเป็นสาเหตุ)
๒) สทฺธา สีล สุตํ จาโค ปญฺญา กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส ผลสมาปตฺติยา ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ความสุขกาย ความทุกข์กาย และผลสมาบัติ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๓) กุสลํ กมฺมํ วิปากสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(กุศลกรรม ๒๑ ที่เป็นพลวะมีกำลังมากเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ กุศลวิบาก ๒๙ นามขันธ์ ๔ (ตามอภิธรรมนัย) หรือกุศลวิบากและกุศลกัมมชรูป (ตามสุตตันตนัย) ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย
๔) อรหา มคฺคํ อุปนิสฺสาย อนุปฺปนฺนํ กิริยาสมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ อุปฺปนฺนํ สมาปชฺชติ สงฺขาเร อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ.
(พระอรหันต์อาศัยอรหัตตมรรค ที่ตนได้แล้ว ทำณานสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิด เมื่อฌานเกิดแล้วก็เข้าฌานที่ได้ทำสำเร็จมาแล้วด้วยการอธิษฐาน พระรหันต์พิจารณาสังขารธรรม รูปนาม โดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)
๕) มคฺโค อรหโต อตฺปฏิสมฺภิทาย ธมฺมปฏิสมฺภิทาย นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาย ปฏิภาณปฏิสมฺภิทาย ฐานาฐานโกสลฺลสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(อรหัตตมรรคของพระอรหันต์เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อัตถปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานเนื้อความพระไตรปิฎก) ธัมมปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในธรรมภาษามคธ บาลี ไวยากรณ์) นิรุตติปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานในภาษาต่าง 1) ปฏิภาณปฏิสัมภิทา (ปัญญาแตกฉานทั้ง๓ ประการดังที่กล่าวนี้)
และความฉลาดในเหตุที่สมควรและไม่สมควรด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๖) มคฺโค ผลสมาปตฺติยา ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(มรรคเป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย
จำแนกบท และ แสดงองค์ธรรม
ในวิธิพระบาลี
- "กุสโล ธมฺโม" องค์ธรรมได้แก่ กุศลจิตตุปบาท ๒๑ ที่ เป็นพลวะมีกำลังมาก เป็นปัจจัย
- "อพฺยากตสฺส ธมฺมสฺส" องค์ธรรมได้แก่ วิปากจิตตุปบาท ๓๖ กิริยาจิตตุปบาท ๒๐ เป็นปัจจยุปบัน
ว่าโดยกาล เป็นไปใน ปวัตติกาล
ว่าโดยภูมิ เป็นไปใน จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ว่าโดยบุคคล เป็นไปใน ปุถุชน ๔ อริยบุคคล ๘ ตามสมควร
ว่าโดยวิถี เป็นไปใน ปัญจทวารวิถี กามชวนะ อัปปนาชวนมโนทวารวิถี
- ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน แสดงให้รู้ถึงอำนาจของปกตูปนิสสยปัจจัยเป็นพิเศษในบรรดา อำนาจปัจจัยทั้ง ๒ ที่เข้าช่วยอุปการะในคราวเดียวกัน คือ ปกตูปนิสสยะ นานักขณิกกัมมะ
- ปจฺจโย ฯลฯ ในอนุวาทพระบาลี องค์ธรรม กาล ภูมิ เป็นต้น พึงเข้าใจตามคำแปล
---------------
ข. อกุสลบท
อกุสลปทาวสาน ใน อกุสลบท
วิธีพระบาลี
อกุสโล ธมฺโม อกุสลสฺส ธมฺมสฺส ปกติปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(อกุศลธรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
อนุวาทพระบาลี
๑) ราคํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ, อทินฺนํ อาทิยติ, มุสา ภณติ, ปีสุณํ ภณติ, ผรุสํ ภณติ, สมผํ ปลปติ, สนฺธึ ฉินฺทติ, นิลฺโลปํ หรติ, เอกาคาริกํ กโรติ, ปริปนฺเถ ติฏฐติ, ปรทารํ คจฺฉติ, คามฆาตํ กโรติ, นิคมฆาตํ กโรติ, มาตรํ ชีวิตา โวโรเปติ, ปิตรํ ชีวิตา โวโรเปติ, อรหนฺตํ ชีวิตา โวโรเปติ, ทุฏเฐน จิตฺเตน ตถาคตสฺส โลหิตํ สงฆํ ภินฺทติ.
(บุคคลใดอาศัยราคะแล้วทำการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ กล่าวคำเท็จ กล่าวคำส่อเสียด กล่าวคำหยาบ กล่าวคำเพ้อเจ้อ ตัดช่อง ย่องเบา ลอบขโมยขึ้นบ้าน คอยดักปลันตามทางสี่แยกสามแยก เป็นชู้กับภรรยาผู้อื่น เผาหมู่บ้าน เผานิคมจังหวัด ทำร้ายมารดาจนถึงสิ้นชีวิต ทำร้ายบิดาจนถึงสิ้นชีวิต ทำร้ายพระรหันต์จนถึงสิ้นชีวิต กระทำพระโลหิตของพระตถาคตให้ห้อด้วยใจประทุษร้าย ทำลายพระสงฆ์ให้แตกกัน)
๒) โทสํ, โมหํ, มานํ, ทิฏฐึ, ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ.
(บุคคลใดอาศัยโทสะ โมหะ มานะ ทิฎฐิ และโลภะที่มีสภาพปรารถนา ภวสมบัติ โภคสมบัติ แล้วทำการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน)
๓) ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฐิ ปตฺถนา ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฐิยา ปตฺถนาย ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ และความปรารถนา เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ และความปรารถนาด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย
๔) ปาณาติปาโต ปาณาติปาตสฺส, อทินฺนาทานสฺส กาเมสุมิจฺฉาจารสฺส, มุสาวาทสฺส, ปีสุณาย วาจาย, ผรุสาย วาจาย, สมฺผปฺปลาปสฺส, อภิชฺฌาย, พฺยาปาทสฺส, มิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(การฆ่าสัตว์ เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่ การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดกาม กล่าวคำเท็จ กล่าวคำส่อเสียด กล่าวคำหยาบ กล่าวคำเพ้อเจ้อ การเพ่งเล็งอยากได้ทรัพย์สมบัติของผู้อื่น ความพยาบาท ความเห็นผิด ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๕. อทินฺนาทานํ อทินฺนาทานสฺส, กาเมสฺมิจฺฉาจารสฺส, มุสาวาทสฺส, ปีสุณาย วาจาย, ผรุสาย วาจาย, สมฺผปฺปลาปสฺส, อภิชฺฌาย, พฺยาปาทสฺส, มิจฺฉาทิฏฐิยา, ปาณาติปาตสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อทินฺนาทาน เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อทินฺนาทาน กาเมสุมิจฺฉาจาร มุสาวาท ปีสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาป อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ และปาฌาติปาต ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
ทุจริตที่เหลือ ๘ เป็นมูละตามลำดับ ทุจริตทั้ง ๑๐ เป็นมูลี ก็คงแสดงไปในทำนองเดียวกันกับที่แสดงแล้วนี้ การแสดงความเปีนมูละ มูลีในทุจริต ๑๐ นี้ ชื่อว่าพัทธจักกะ
๖) มาตุฆาติกมฺมํ มาตุฆาติกมฺมสฺส, ปิตุฆาติกมฺมสฺส อรหนฺตฆาติกมฺมสฺส รุหิตุปฺปาทกมฺมสฺส, สงฺฆเภทกมฺมสฺส, นิยตมิจฺฉาทิฏฐิยา ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(มาตุฆาตกรรม เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ มาตุมาต ปีตุมาต อรหันตมาต โลหิตตุปบาท สังฆเภท และนิยตมิจฉาทิฏฐิอย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย
๗) ปิตุฆาติกมฺมํ ปีตุฆาติกมฺมสฺส, อรหนฺตฆาติกมฺมสฺส, รุหิตุปฺปาทกมฺมสฺส, สงฺฆเภทกมฺมสฺส นิยตมิจฺฉาทิฏฐิยา, มาตุฆาติกมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ปิตุฆาตกรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ ปีตุฆาต อรหันตมาต โลหิอุปบาท สังฆเภท นิยตมิจฉาทิฏฐิ และมาตุฆาด ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๘) อรหนฺตฆาติกมฺมํ อรหนฺตฆาติกมฺมสฺส, รุหิตุปฺปาทกมฺมสฺส, สงฺฆเภทกมฺมสฺส, นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา, มาตุฆาติกมฺมสฺส, ปิตุฆาติกมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(อรหันตฆาตกรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อรหันตฆาต โลหิตุปบาท สังฆเภท นิยตมิจฉาทิฏฐิ มาตุฆาต ปีตุฆาต ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย
๙) รุหิตุปฺปาทกมฺมํ รุหิตุปาทกมฺมสฺส, สงฺฆเภทกมฺมสฺส, นิยตมิจฺฉาทิฏฐิยา, มาตุฆาติกมฺมสฺส, ปีตุฆาติกมฺมสฺส, อรหนฺตฆาติกมฺมสฺส ปจฺจโย.
(โลหิตุปบาทกรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ โลหิตุปบาท สังฆเภท นิยตมิจฉาทิฏฐิ มาตุฆาต ปีตุฆาต อรหันตฆาต ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๑๐) สงฺฆเภทกมฺมํ สงฺฆเภทกมฺมสฺส, นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิยา, มาตุฆาติกมฺมสฺส, ปิตุมาติกมฺมสฺส, อรหนฺตฆาติกมฺมสฺส รุหิอุปฺปาทกมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน
ปจฺจโย.
(สังฆเกทกรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ สังฆเภทกรรม นิยตมิจฉาทิฏฐิ มาตุฆาต ปีตุฆาต อรหันตฆาต โลหิตุปบาท ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย
๑๑) นิยตมิจฺฉาทิฏฐิ นิยตมิจฉาทิฏฐิยา, มาตุฆาติกมฺมสฺส ปีตุฆาติกมฺมสฺส, อรหนฺตฆาติกมฺมสฺส, รุหิตุปฺปาทกมฺมสฺส, สงฺฆเภทกมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน
ปจฺจโย.
(นิยตมิจฉาทิฎฐิ เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ นิยตมิจฉาทิฏฐิ มาตุฆาต ปีตุฆาต อรหันตมาต โลหิตุปบาท สังฆเภท ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
จำแนกบท และ แสดงองค์ธรรม
ในวิธิพระบาลี
- "อกุสโล ธมฺโม" องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ ที่เป็นพลวะมีกำลังมาก และทุพพละมีกำลังน้อย เป็นปัจจัย
- "อกุสลสฺส ธมฺมสฺส" องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ เป็นปัจจยุปบัน
ว่าโดย กาล เป็นไปใน ปวัตติกาล
ว่าโดยภูมิ เป็นไปใน จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ว่าโดยบุคคล เป็นไปใน ปูถุชน ๔ ผลเสกขบุคคล ๓ ตามสมควร
ว่าโดยวิถี เป็นไปใน ปัญจทวารวิถี กามชวนมโนทวารวิถี
ปกตูปนิสสยปจฺจเยน แสดงให้รู้ถึงอำนาจของปกตูปนิสสยปัจจัยอย่างเดียว
ปจจโย ฯลฯ
ในอนุวาทพระบาลี
- ราคํ องค์ธรรมได้แก่ โลภมูลจิตตุปบาท ที่มีราคะเป็นประธาน,
- โทสํ องค์ธรรมได้แก่ โทสมูลจิตตุปบาท ที่มีโทสะเป็นประธาน,
- โมหํ องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ ที่มีโมหะเป็นประธาน,
- มานํ องค์ธรรมได้แก่ ทิฏฐิคตวิปปยุตตจิตอุปบาท ที่มีมานะเป็นประธาน,
- ทิฏฐึ องค์ธรรมได้แก่ ทิฏฐิคตสัมปยุตตจิตตุปบาท ที่มีทิฏฐิเป็นประธาน,
- ปตฺถนํ องค์ธรรมได้แก่ โลภมูลจิตตุปบาท ที่มีโลภะเป็นประธาน เป็นปัจจัย
- ปาณํ หนติ องค์ธรรมได้แก่ โทสมูล โมหมูลจิตตุปบาท ที่เกี่ยวกับการฆ่าสัตว์
- อทินฺนํ อาทิยติ องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ ที่เกี่ยวกับการลักทรัพย์
- มุสา ภณติ องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ ที่เกี่ยวกับการพูดปด
- ปีสุณํ ภณติ องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตปบาท ๑๒ ที่เกี่ยวกับการพูดส่อเสียด
- ผรุสํ ภณติ องค์ธรรมได้แก่ โทสมูล โมหมูลจิตตุปบาท ที่เกี่ยวกับการกล่าวคำหยาบ
- สมฺผํ ปลปติ องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ ที่เกี่ยวกับการกล่าวเพ้อเจ้อ
- กโรติ, นิคมฆาตํ กโรติ องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒
- สนฺธึ ฉินฺทติ, นิลฺโลปี หรติ, เอกาคาริกํ กโรติ, ปริปนฺเถ ติฏฺฐติ. คามฆาตํ กโรติ, นิคมฆาตํ กโรติ องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิต ๑๒ ที่เกี่ยวกับการตัดช่อง ย่องเบา เป็นต้น
- ปรทารํ คจฺฉติ องค์ธรรมได้แก่ โลภมูล โมหมูลจิตตุปบาท ที่เกี่ยวกับการทำชู้
- มาตรํ ชีวิตา โวโรเปติ ปีตรํ ชีวิตา โวโรเปติ, อรหนฺตํ ชีวิตา โวโรเปติ, ทุฏเฐน จิตฺเตน ตถาคตสฺส โลหิตํ อุปปาเทติ, สงฆํ ภินฺทติ. องค์ธรรมได้แก่ โทสมูลจิตตุปบาท ที่เกี่ยวกับมาตุฆาต ปีตุฆาต เป็นต้น เป็นปัจจยุปบัน
- ปัจจัยและปัจจยุปบันที่เหลือ ก็คงเป็นไปในทำนองเดียวกันนี้
---------------
กุสลปทาวสาน ใน อกุสลบท (อกุศลธรรม เป็นปัจจัยช่วยอุปการแก่กุศลธรรม)
วิธีพระบาลี
อกุสโล ธมฺฺโม กุสลสฺส ธมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(อกุศลธรรม เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
อนุวาทพระบาลี
๑) ราคํ โทสํ โมหํ มานํ ทิฏฐึ ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย, ทานํ เทติ, สีลํ สมาทิยติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ, ฌานํ อุปฺปาเทติ, วิปสฺสนํ อุปฺปาเทติ, มคฺคํ อุปฺปาเทติ, อภิญฺญํ อุปฺปาเทติ, สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ.
(บุคคลใดอาศัยราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ และโลภะที่มีสภาพปรารถนา ภวสมบัติ โภคสมบัติ แล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ให้ฌาน วิปัสสนาญาณ มรรค อภิญญา และสมาบัติเกิดขึ้น)
๒) ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ ปตฺถนา สทฺธาย สีลสฺส สุตสฺส จาคสฺส ปญฺญาย ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ และโลภะ ที่มีสภาพปรารถนาภวสมบัติ โภคสมบัติ เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ศรัทธา ศีล สุต จาคะ ปัญญา
ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๓) ปาณํ หนฺตฺวา , อทินฺนํ อาทิยิตฺวา, มุสา ภณิตฺวา, ปีสุณํ ภณิตฺวา, ผรุสํ ภณิตฺวา, สมฺผํ ปลปีตฺวา, สนุธึ ฉินฺทิตฺวา, นิลฺโลปํ หริตฺวา, เอกาคาริกํ กริตฺวา, ปริปนฺเถ ฆตฺวา, ปรทารํ คนฺตฺวา, คามฆาตํ กริตฺวา, นิคมฆาตํ กริตฺวา, ตสฺส ปฏิฆาตตฺถาย*, ทานํ เทติ, สีลํ สมาทิยติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ, ฌานํ อุปฺปาเทติ, วิปสฺสนํ อุปฺปาเทติ มคฺคํ อุปฺปาเทติ, อภิญฺญํ อุปฺปาเทติ, สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ. (*ดูอรรถกถาปัญจปกรณ์ แปล หน้า ๑๔๑)
(บุคคลใดฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ กล่าวคำเท็จ กล่าวคำส่อเสียด กล่าวคำหยาบ ล่าวคำเพ้อจ้อ ตัดช่อง ย่องเบา ขึ้นบ้าน คอยดักปล้นตามทางสี่แยกสามแยก เป็นชู้กับภรรยาผู้อื่น เผาหมู่บ้าน เผานิคมจังหวัด แล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ให้ฌาน วิปัสสนาญาณ มรรค อภิญญา และสมาบัติ เกิดขึ้นเพื่อจะลบล้างผลของอกุศลนั้นให้สิ้นไป*
๔) มาตรํ ชีวิตา โวโรเปตุวา, ปีตรํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา, อรหนฺตํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา, ทุฏเฐน จิตฺเตน ตถากตสฺส โลหิตํ อุปฺปาเทตฺวา, สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา, ตสฺส
ปฏิฆาตตฺถาย* ทานํ เทติ สีลํ สมาทิยติ อุโปสถกมฺมํ กโรติ.
(บุคคลใดทำร้ายมารดาจนถึงสิ้นชีวิต ทำร้ายบิดาจนถึงสิ้นชีวิต ทำร้ายพระรหันต์จนถึงสิ้นชีวิต กระทำพระโลหิตของพระตถาคตให้ห้อด้วยใจประทุษร้าย ทำลายสงฆ์ให้แตกกันแล้ว ให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ เพื่อจะลบล้างผลของอกุศลนั้นให้สิ้นไป* (*ดูอรรถกถาปัญจปกรณ์ แปล หน้า ๑๘๑)
จำแนกบท และ แสดงองค์ธรรม
ในวิธิพระบาลี
- "อกุสโล ธมฺโม" องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ ที่เป็นพลวะมีกำลังมาก เป็นปัจจัย
- "กุสลสฺส ธมฺมสฺส" องค์ธรรมได้แก่ กุศลจิตตุปบาท ๒๑ เป็นปัจจยุปบัน
ว่าโดย กาล เป็นไปใน ปวัตติกาล
ว่าโดย ภูมิ เป็นไปใน จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
ว่าโดย บุคคล เป็นไปใน ปุถุชน ๔ อริยบุคคล ๓ (เว้นพระรหันต์) ตามสมควร
ว่าโดย วิถี ธรรมที่เป็นปัจจัย เป็นไปในปัญจทวารวิถี กามชวนมโนทวารวิถี
ธรรมที่เป็นปัจจยุปบัน เป็นไปใน กามชวนะ อัปปนาชวนมโนทวารวิถี
ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ฯลฯ
ปจฺจโย ฯลฯ
ในอนุวาทพระบาถื องค์ธรรม กาล ภูมิ เป็นตัน พึงเข้าใจตามคำแปล
----------------
อพฺยากตปทาวสาน ใน อกุสลบท (อกุศล เป็นปัจจัยแก่ อพยากตธรรม)
วิธิพระบาลี
อกุสโล ธมฺโม อพฺยากตสฺส ธมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย
(อกุศลธรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อพยากตธรรม ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
อนุวาทพระบาลี
๑) ราคํ โทสํ โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย อตฺตานํ อาตาเปติ ปริตาเปติ ปริยิฏฺฐิมูลกํ ทุกฺขํ ปจฺจนุโภติ.
(บุคคลใดอาศัย ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ และโลภะที่มีสภาพปรารถนา ภวสมบัติ โภคสมบัติแล้ว ย่อมทำความเดือดร้อนที่ยังไม่เกิด ให้เกิด ที่เกิดแล้วให้เกิดมากขึ้น และต้องเสวยทุกข์ทางกายด้วยการแสวงหาเป็นมูลเป็นสาเหตุ)
๒) ราโค โทโส โมโห มาโน ทิฏฐิ ปตฺถนา กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส ผลสมาปตฺติยา ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฎฐิ และโลภะ ที่มีสภาพปรารถนาภวสมบัติ โภคสมบัติ เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ ความสุขกาย ความทุกข์กาย และผลสมาบัติ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๓) อกุสลํ กมฺมํ วิปากสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(อกุศลกรรม ๑๒ ที่เป็นพลวะมีกำลังมากทั้งในภพนี้และในภพก่อน เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อกุศลวิปากจิตตุปบาท ๓ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
จำแนกบท และ แสดงองค์ธรรม
ในวิธิพระบาลี
- "อกุสโล ธมฺโม" องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ ที่เป็นพลวะมีกำลังมาก เป็นปัจจัย
- "อพฺยากตสฺส ธมฺมสฺส" องค์ธรรมได้แก่ วิปากจิตตุปบาท ๓๖ กิริยาจิตตุปบาท ๒๐ เป็นปัจจยุปบัน
- ว่าโดย กาล ภูมิ วิถี ก็คงเป็นไปได้เช่นเดียวกันกับใน อพฺยากตปทาวสาน ใน กุสลบท
- ว่าโดย บุคคล เป็นไปในปุถุชน ๔ ผลบุคคล ๔
ปกตูปนิสุสยปจุจเยน แสดงให้รู้ถึงอำนาจของปกตูปนิสสยปัจจัยเป็นพิเศษ ในบรรดาอำนาจปัจจัยทั้ง ๒ ที่เข้าช่วยอุปการะในคราวเดียวกัน คือ ปกตูปนิสสยะ นานักขณิกกัมมะ
ปจฺจโย ฯลฯ
ในอนุวาทพระบาลี องค์ธรรม และกาล ภูมิ เป็นต้น พึงเข้าใจตามคำแปล
----------------
ค. อพฺยากตบท
อพฺยากตปทาวสาน ใน อพฺยากตบท (อพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่ อพยากตธรรม)
วิธิพระบาลี
- อพฺยากโต ธมฺโม อพฺยากตสฺส ธมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(อพยากตธรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อพยากตธรรม ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
อนุวาทพระบาลี
๑) กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส ผลสมาปตฺติยา ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ความสุขกาย หรือความทุกข์กาย เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ความสุขกาย ความทุกข์กาย และผลสมาบัติ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๒) อุตุ โภชนํ เสนาสนํ กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส ผลสมาปตฺติยา ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ความเย็นความร้อน อาหาร ที่อยู่ที่อาศัยที่สบาย เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่ความสุขกาย ความทุกข์กาย และผลสมาบัติ, ความเย็นความร้อน อาหาร ที่อยู่ที่อาศัยที่ไม่สบาย เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ ความสุขกาย ความทุกข์กาย และผลสมาบัติ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๓) กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุ โภชนํ เสนาสนํ กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส ผลสมาปตฺติยา ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ความสุขกาย ความทุกข์กาย ความเย็นความร้อน อาหาร ที่อยู่ที่อาศัย เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ความสุขกาย ความทุกข์กาย และผลสมาบัติ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๔) ผลสมาปตฺติ กายิกสฺส สุขสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ผลสมาบัติ เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ความสุขกาย ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
๕) อรหา กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุ โภชนํ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย อนุปฺปนฺนํ กิริยสมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ อุปฺปนฺนํ สมาปชฺชติ สงฺขาเร อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต
วิปสฺสติ.
(พระอรหันต์อาศัยความสุขกาย ความทุกข์กาย ความเย็นความร้อน อาหาร ที่อยู่ที่อาศัยแล้ว ทำฌานสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิด เมื่อกิริยาฌานเกิดแล้วก็เข้ามานที่ได้ทำสำเร็จมาแล้วด้วยการอธิษฐาน และพิจารณารูปนามโดยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)
จำแนกบท และ แสดงองค์ธรรม
ในวิธิพระบาลี
- "อพฺยากโต ธมฺโม" องค์ธรรมได้แก่ วิปากจิตตุปบาท ๓๖ กิริยจิตตุปบาท ๒๐ รูป ๒๘ ที่เป็นพลวะมีกำลังมาก เป็นปัจจัย
- "อพฺยากตสฺส ธมฺมสฺส" องค์ธรรมได้แก่ วิปากจิตตุปบาท ๓๖ กิริยาจิตตุปบาท ๒๐ เป็นปัจจยุปบัน
- ว่าโดย กาล เป็นไปใน ปวัตติกาล
- ว่าโดย ภูมิ เป็นไปใน จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ตามสมควร
- ว่าโดยบุคคล เป็นไปใน ปุถุชน ๔ ผลบุคคล ๔ ตามสมควร
- ว่าโดยวิถี เป็นไปใน ปัญจทวารวิถี กามชวนะ และอัปปนาชวนมโนทวารวิถี
- ปกตูปนิสุสยปจุจเยน ฯลฯ
- ปจฺจโย ฯลฯ
ในอนุวาทพระบาลี องค์ธรรม กาล ภูมิ เป็นต้น พึงเข้าใจตามคำแปล
กุสลปทาวสาน ใน อพฺยากตบท (อพยากต เป็นปัจจัยแก่กุศล)
วิธิพระบาลี
- อพฺยากโต ธมฺโม กุสลสฺส ธมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(อพยากตธรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
อนุวาทพระบาลี
๑) กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุ โภชนํ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย, ทานํ เทติ, สีลํ สมาทิยติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ, ฌานํ อุปฺปาเทติ, วิปสฺสนํ อุปฺปาเทติ, มคฺคํ อุปฺปาเทติ, อภิญฺญํ อุปฺปาเทติ, สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ.
(บุคคลใดอาศัยความสุขกาย ความทุกข์กาย ความเย็นความร้อน อาหาร ที่อยู่ที่อาศัย แวให้ทาน สมาทานศี รักษาอุโบสถ ให้ฌาน วิปัสสนาญาณ มรรค อภิญญา สมาบัติ เกิดขึ้น)
๒) กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุ โภชนํ เสนาสนํ สทฺธาย สีลสฺส สุตสฺส จาคสฺส ปญฺญาย ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(ความสุขกาย ความทุกข์กาย ความเย็นความร้อน อาหาร ที่อยู่ที่อาศัย เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
จำแนกบท และ แสดงองค์ธรรม
ในวิธิพระบาลี
- "อพยากโต ธมฺโม" องค์ธรรมได้แก่ วิปากจิตตุปบาท ๓๕ หรือ ๓๖ กิริยาจิตตุปบาท ๒๐ รูป ๒๘ ที่เป็นพลวะมีกำลังมาก (เว้นอหัตตผล) เป็นปัจจัย
- "กุสลสฺส ธมฺมสฺส" องค์ธรรมได้แก่ กุศลจิตคุปบาท ๒๑ เป็นปัจจยุปบัน
- ว่าโดย กาล เป็นไปใน ปวัตติกาล
- ว่าโดย ภูมิ เป็นไปใน จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ตามสมควร
- ว่าโดย บุคคล* เป็นไปใน ปุถุชน ๔ อริยบุคคล ๘
- ว่าโดยวิถี เป็นไปใน ปัญจทวารวิถี กามชวนะ อัปปนาชวนมโนทวารวิถี
- ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ฯลฯ
- ปจฺจโย ฯลฯ
ในอนุวาทพระบาลี องค์ธรรม และกาล ภูมิ เป็นต้น พึงเข้าใจตามคำแปล
กุศลจิตเกิดขึ้นแก่ปุถุชนและผลเสกขบุคคล โดยอาศัยกระแสจิตของพระอรหันต์
(*ธรรมที่เป็นปัจจัย เป็นไปในปุถุชน ๔ ผลบุคคล ๔ ธรรมที่เป็นปัจงยุปบัน เป็นไปในปุถุชน ๔ อริยบุคคล ๗ (เว้นพระอรหันต์) เมื่อแสดงรวมกัน ก็เป็นไปในปุถุชน ๔ อริยบุคคล ๘)
-------------------
อกุสลปทาวสาน ใน อพฺยากตบท (อพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม)
วิธิพระบาลี
- อพฺยากโต ธมฺโม อกุสลสฺส ธมฺมสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(อพยากตธรรมเป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
อนุวาทพระบาลี
๑) กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกขํ อุตุ โภชนํ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย, ปาณํ หนติ, อทินฺนํ อาทิยติ, มุสา ภณติ, ปีสุณํ ภณติ, ผรุสํ ภณติ, สมฺผํ ปลปติ, สนฺธึ ฉินฺทติ, นิลฺโลปํ หรติ, เอกาคาริกํ กโรติ. ปริปนฺเถ ติฏฺฐติ, ปรทารํ คจฺฉติ, คามฆาตํ กโรติ. นิคมฆาตํ กโรติ, มาตรํ ชีวิตา โวโรเปติ, ปีตรํ ชีวิตา โวโรเปติ, อรหนฺตํ ชีวิตา โวโรเปติ, ทุฏฺเฐน จิตฺเตน ตถาคตสฺส โลหิตํ อุปฺปาเทติ สงฺฆํ ภินฺทติ.
(บุคคลใดอาศัยกายิกสุข กายิกทุกข์ อุตุ โภชนะ เสนาสนะแล้ว ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน
๒) กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุ โภชนํ เสนาสนํ ราคสฺส โทสสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
(กายิกสุข กายิกทุกขํ อุตุ โภชนะ เสนาสนะ เป็นปัจจัย ช่วยอุปการะแก่ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย)
จำแนกบท และ แสดงองค์ธรรม
ในวิธิพระบาลี
- "อพยากโต ธมฺโม" องค์ธรรมได้แก่ โลกียวิปากจิตตุปบาท ๓๒ กิริยาจิตตุปบาท ๒๐ รูป ๒๘ ที่เป็นพลวะมีกำลังมาก เป็นปัจจัย
- อกุสลสฺส ธมฺมสฺส องค์ธรรมได้แก่ อกุศลจิตตุปบาท ๑๒ เป็นปัจจยุปบัน
- ว่าโดยกาล ภูมิ บุคคล วิถี ก็คงเป็นได้เช่นเดียวกันกับ อกุสลปทาวสาน ใน กุสลบท
- ปกตูปนิสุสยปจุจเยน ฯลฯ
- ปจฺจโย ฯลฯ
ในอนุวาทพระบาลี องค์ธรรม กาล ภูมิ เป็นต้น พึงเข้าใจตามคำแปล
สุทธสังขยาวาระ
สรุปจำนวนสุทธบทแห่งปกตูปนิสสยปัจจยปัญหาวาระ ดังแสดงมาแล้วข้างตันนั้นมี ๙ ประเภทด้วยกัน คือ
๑. กุสโล กุสลสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
๒. กุสโล อกุสลสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
๓. กุสโล อพฺยากตสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
๔. อกุสโล อกุสลสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
๕. อกุสโล กุสลสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
๖. อกุสโล อพฺยากตสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺเยน ปจฺจโย.
๗. อพฺยากโต อพฺยากตสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
๘. อพฺยากโต กุสลสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
๙. อพฺยากโต อกุสลสฺส ปกตูปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
ปกตูปนิสสยปัจจยสภาคะ
ปัจจัยที่เป็นสภาคะกันได้กับปกตูปนิสสยปัจจัย ดังแสดงมาแล้วข้างตันนั้น มีปัจจัยเดียวคือ นานักขณิกกัมมะ
จบ ปัญหาวารวิภังค์แห่งปกตูปนิสสยปัจจัย
---------------

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ