สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ

ถามว่า​ ทรงตรัส​ให้เปิดเผย​พระธรรม​วินัย​ออก​แสดง​ เหตุ​ไรจึงทรงให้แสดง​ปาติโมกข์​ใน​อุโบสถ​อัน​เป็น​การ​ปกปิด​เล่า?​ 

   ธัมมวินยปฏิจฉันนาปฏิจฉันนปัญหา(ปัญหา​เกี่ยวกับ​ธรรม​วินัย​ที่​ทรง​ปิด​บัง​และ​ไม่ทรง​ปิด​บัง)

   พระเจ้า​มิลินท์​  " พระ​คุณ​เจ้า​นาคเสน​ พระผู้มีพระภาค​ทรง​ภาษิต​ความ​ข้อนี้​ไว้​ว่า​ ' ตถาคตปฺปเวทิ​โต​ ภิกฺขเว​ ธมฺมวินโย วิวโฏ​ วิโรจติ​ โน​ ปฏิจฺ​ฉนฺโน-ดูก่อน​ ภิกษุ​ทั้งหลาย​ ธรรม​และวินัย​ที่ตถาคตประกาศ​แล้ว​ ภิกษุ​เปิดเผย​จึงรุ่งเรือง​ ปิดบัง​ไว้ไม่​รุ่งเรือง​'​ ดังนี้.และ​ยังมีกล่าว​ไว้​อีก​แห่ง​หนึ่ง​ว่า​ ' ปาติ โมกฺขทฺเทโส เกวลญฺจ​ วินยปิฏกํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ-ปาติโมกขอุเทส​และพระ​วินัย​ปิฏกทั้ง​สิ้น​ เป็น​ของ​ที่พระผู้มีพระภ​าค​ทรงปิด​แล้ว​ บังแล้ว​ ' ดังนี้.​ พระคุณ​เจ้า​นาคเสน​ ถ้าหาก​ว่า​ ภิกษุ​ทั้งหลาย​พึง​ได้​ความรู้​ที่​ถูกต้อง​ หรือ​ความรู้​ที่​ตน​บรรลุ​ในพระ ศาสนา​ของ​พระชินเจ้า​ไซรั, พระวินัย​บัญญัติ​ที่ภิกษุ​เหล่านั้น​เปิดเผย​ จะพึงงดงาม, เพราะ​เหตุ​ไร? เพราะ​เหตุ​ว่า​ สิกขา​(การเรียนรู้​เพื่อการฝึกปฏิบัติ)​ ความสำรวม​ ความควบคุมตนเอง​ ​ศีลคุณ​ อาจารบัญญัติ​(วัตร​และมรรยาท)​ อรรถ​รส​ ธรรมรส วิมุตติ​รส​ ย่อมมีอยู่​ในพระวินัยบัญญัติ​นั้นทั้งสิ้น, พระ​คุณ​เจ้า​นาคเสน​ุ​ ถ้าหาก​พระผู้ มีพระ​ภาคตรัสไว้ว่า​ ' ดูก่อน​ ภิกษุ​ทั้งหลาย​ ธรรม​และวินัย​ที่ตถาคต​ประกาศ​แล้ว​ ภิกษุเปิดเผย​จึง​รุ่งเรือง​ ปกปิดไว้ไม่รุ่งเรือง​' ดังนี้​ จริง​ไซร้, ถ้าอย่างนั้น​ คำที่ว่า​ ' ปาติโมกข​อุเทสและพระ​วินัย​ปิฏก​ทั้ง​สิ้น​ เป็นของที่พระ​ผู้มีพระภาค​ทรงปิด​แล้ว​ บังแล้ว​'​ ดังนี้​ ก็ย่อมไม่​ถูกต้อง, ถ้าหากว่า​ ปาติโมกข​อุเทสและ​พระวินัยปิฏกทั้ง​สิ้น​ เป็น​ของ​ที่พระผู้​มีพระภาค​ทรงปิดแล้ว​ บังแล้ว​ จริงไซร้​ ถ้าอย่างนั้น​ แม้คำที่ว่า​'​ ดูก่อน​ ภิกษุ​ทั้งหลาย​ ธรรม​และวินัย​ที่ตถาคต​ประกาศ​แล้ว​  ภิกษุ​เปิดเผย​จึงรุ่งเรือง​  ปิดบัง​ไว้​ไม่​รุ่งเรือง​'​ ดังนี้​ ก็ย่อม​ไม่​ถูกต้อง.​ ปัญหา​แม้​ข้อ​นี้​ ก็มี 2 เงื่อน​ 2 ปม​ ตกถึงแก่​ท่าน​แล้ว​ ขอท่าน​จง​คลี่คลาย​ปัญหา​นั้น​เถิด​ "

   พระนาค​เสน​ " ขอ​ถวายพระพร​ พระ​ผู้มีพระภาคทรงภาษิต​ข้อความ​ทั้งสองไว้จริง​ แต่​ว่า​ ปาติโมกข​อุเทสและ​พระวินัยทั้งสิ้น​นั้น​ พระผู้​มีพระ​ภาคมิได้ทรงปิดไว้​ ตลอด​ที่ทุกแห่ง​ แต่ปิดโดย​ทรงกระทำให้เป็น​สีมา(สีมาแปล​ว่าขอบเขต)

   ขอถวายพระพร​ ทรงปิดพระปาติโมกข​อุเทส​ โดยทรงกระทำให้เป็น​ขอบเขต​เพราะ​เหตุ​ 3 ประการ​ คือ

   1.เพราะ​เป็น​การรักษาพุทธ​วงศ์​โดยทรงแสดงพระโอวาทปาติโมกข์​อันเป็นหัวใจพุทธศาสนา​สืบเป็น​ประเพณี​ต่อเนื่อง​กันมาทุกๆพระองค์

   2.เพราะ​ความเคารพ​อาณาปาติโมกข​อุเทสอันเป็นหัวข้อศีลสิกขาบทบัญญัติ​ที่เกื้อประโยชน์​แก่ภิกษุ​และความผาสุขแก่สงฆ์

   3.เพราะ​ความเคารพภูมิ(สถานภาพ)​ของ​พระ​ภิกษุ​ผู้มีสมณธรรม​ 20 และธรรมที่แสดงเพศภิกษุ​ 2​ เพียบพร้อม​ จักสามารถสืบต่อพระศาสนา​ได้​โดยทรงกำหนดสิกขาบทอันเป็นพระบัญญัติ​ไว้เป็นอาณาปาติโมกข​อุทเทศ​ เพื่อเป็นหลัก​การสือต่อพระศาสนา

   ขอถวายพระพร​ การสืบพุทธวงศ์​ของพระองค์​เป็นไฉน? ทรงปิดโอวาทปาติโมกขอุเทส​ กระทำให้เป็น​สีมา(ขอบเขต)​ก็เฉพาะ​แต่พระภิกษุ​จำนวน 1250 รูปที่พระพุทธ​องค์จะส่งไปประกาศ​พระสัจจธรรมโดยไม่ได้นัดหมายกัน​ และล้วน​  สำเร็จเป็นพระอรหันต์​ที่พระองค์​ทรงบวชให้เองทั้งสิ้น​ ที่เรียกกันว่า ทรงทำ​ " จาตุรงค​สันนบาต​" นั่นเอง​ จึงปิด​ คือเว้นบุคคล​ที่เหลือ​จากกิจนี้​ ขอถวายพระพร​ เปรียบ​เหมือน​ว่า​ ขันติยมายา​(เรื่อง​เล่ห์เหลี่ยม​ขั้น​เชิงของกษัตริย์)​ ย่อมเป็นไป​  คือ​ ใช้​กัน​ ก็เฉพาะ​ในหมู่​กษัตริย์​ทั้งหลาย​เท่านั้น​  ซี่งเป็น​ประเพณี​ของ​ชาวโลก​กษัตริย์​ ที่ปิดไว้สำหรับบุคคลอื่นที่เหลือ​  ฉันใด, ขอ​ถวายพระพร​ การที่พระผู้มีพระ​ภาคทรงแสดงโอวาทปาติโมกขอุเทส​ ในท่ามกลาง​ภิกษุ​ทั้งหลาย​ ปิด​ไว้​สำห​รับ​บุคคล​อื่นที่เหลือ​นี้​ ก็เป็นการสืบพุทธวงศ์​ของพระตถาคต​เจ้าทั้งหลาย​ แต่กาลก่อนทุก​ พระองค์​ ฉันนั้น​เหมือนกัน.

   ขอถวายพระพร​  ความเคารพ​พระอาณาปาติโมกขอุเทสเป็นไฉน? พระผู้มีพระภาคทรงปิดพระอาณาปาติโมกข​อุเทศ​ กระทำให้เป็นสีมา(ขอบเขต)​เปิดเฉพาะภิกษุ​บริษัทและภิกษุณี​บริษัทโดยไม่ปะปนกัน​ ปิด​คือเว้นบริษัทอื่นที่เหลือ​ ด้วยความเคารพพระอาณาปาติโมกข​อุเทสว่า​ ผู้ประพฤติปฏิบัติ​ชอบในพระอาณาปาติโมกข​อุเทสนั้น​ ย่อมเป็นผู้สงบเสงี่ยมเรีบยร้อย​เป็นที่น่าเคารพศรัทธา​เลื่อมใสแก่ผู้ได้พบเห็น​ ทำให้ลดภาระการแสวงหาปัจจัย​ในการดำรงชีวิต​ สามารถทุ่มเท​การปฏิบัติ​กรรมฐานอันเป็นเหตุให้บรรลุ​ธรรมได้สะดวกขึ้น​ ดังนั้น​จึงทรงมีพระประสงค์​มิให้พระอาณาปาติโมกข​อุเทสนี้ได้ตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้ไม่ประพฤติ​ดีปฏิบัติ​ชอบ​อันจะเป็นเหตุให้​คนทั้งหลาย​ ดูถูก​ ดูหมิ่น​ ตำหนิ​ ติเตียน​ เหยียด​หยามเอาได้​ อันจะเป็​น​การ​ปิดทางให้ผู้มีศรัทธา​เข้ามา​บวชหรือ​เข้ามาบำรุงพระศาสนา​ ขอถวายพระพร​ เปรียบเหมือน​ว่า​ แก่นจันทน์​แดงที่มีคุณประเสริฐ​เลิศค่า​ ควรแก่ผู้มีชาตเป็นอภิชาติ​ พอแพร่ไปถึงมือคนป่าเถื่อน​แล้ว​ ก็ย่อมเป็น​ของที่คนทั้งหลายดูถูก​ ดูหมิ่น​ ตำหนิ​ ติเตียน​ เหยียดหยาม​เอา​​​​​​ 

   ความเคารพภูมิแห่งพระภิกษุ(สถานภาพของพระภิกษุ​ผู้มีสมณคุณ​ 20 และธรรมที่แสดงสมณเพศ​ 2) เป็นไฉน? เพราะความพร้อม​เพรียง​แห่งคุณธรรมทั้ง​ 2 หมวด​ ดังกล่าวสถานภาพ(ภูมิ)​ของภิกษุ​จึงน่าเคารพ​กราบไหว้ได้สนิทใจ​ เป็นสถานภาพมึคุณค่ามากที่ไม่อาจประเมินค่า​ ด้วยการชั่ง​ การตวง​  การวัด​เพื่อการคำนวนแต่ประการใด​ไม่ได้เลย​ บุคคล​ที่ดำรงอยู่ในสถานภาพภิกษุเห็น​ปานฉะนี้​ ย่อมมีแก่หมู่ภิกษุที่มีทิฏฐิและอาณาปาติโมกข​อุเทสเสมอกันเท่านั้น​  ดังนั้น​พระผู้มีพระ​ภาค​เมื่อทรงอาณาปาติโมกข​อุเทสจึงทรงปิด​กระทำให้เป็น​สีมา(ขอบเขต)​เปิดเฉพราะภิกษุ​ผู้มีสถานภาพ(ภูมิ)​ที่น่าเคารพเท่านั้น​ บุคคลนอกนั้นปิด​ คือ​ เว้นเสีย (ตัวอย่างครั้งสุดท้ายเมื่อ​มีภิกษุไม่น่าเคารพเน่าในเปียก​แฉะ​รวมกลุ่มอยู่ด้วย​ ​กาลเวลาล่วงเลยไปหลายยาม​ จนพระโมคคัลลานเถระต้องฉุดภิกษุรูปนั้นออกไปจากกลุ่ม​ พระองค์​ถึงทรงแสดง)

   ขอถวายพระพร​ มหาบพิตร​  เปรียบเหมือนว่า​   ทรัพย์สิน​ประเสริฐ​ยอดเยี่ยม​ใน​โลก​ คือ​ ผ้าก็ดี​ เครื่อง​ปูลาด​ก็ดี​ ม้า​ ช้าง​ รถ​ ทอง​ เงิน​ แก้วมณี​ แก้วมุกดา​ นางแก้วเป็นต้น​ ก็ดี​ ผลงานที่ได้มาเพราะความกล้าหาญ​ ที่ทรง​พิชิตได้ก็ดี​ ทรัพย์​สินทั้งหมด​เหล่านั้น​ ย่อมควรมีแก่พระราชา​ ฉันใด, ขอถวายพระพร​ คุณทั้งหลาย​ คือ​ ความมีระเบียบ​ ปริยัติ​ อาจาระ ความสำรวม​  ศีลสังวร​ คุณ​ทั้งหลาย​เหล่านั้นก็ย่อมควรมีแก่เหล่าภิกษุ​ที่พระผู้มีพระภาคทรงปิดพระอาณาปาติโมกขอุเทศ​ กระทำให้เป็นสีมา(ขอบเขต)​เปิดเฉพาะ​เหล่าภิกษุ​ที่น่าเคารพ​ ฉันนั้น​เหมือนกัน

   พระเจ้า​มิลินท์​  " ดีจริง​ พระคุณ​เจ้านาคเสน​ ข้าพเจ้าขอยอมรับ​เหตุผลตามที่ท่านกล่าวมานี้​ "

 

[full-post]

ให้เปิดเผย​พระธรรม​วินัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.