ท่านจะศึกษาพระวินัยอย่างไร ถึงจะเกิดศรัทธาเลื่อมใสน้อมนำไปปฏิบัติ อย่างมั่นใจด้วยปัญญาไม่คลางแคลงใจว่าเป็นเรื่องคร่ำครึ

   ต้องศึกษาให้เห็นสภาวะของศีล พร้อมโทษและประโยชน์ที่พึงได้รับ

   ตัวอย่างเช่นในพระสูตร ทรงอาศัยอาการบริสุทธิ์หมดจดของประเภทบุคคลจำแนก ศีลจึงมีได้ 5 อย่าง พร้อมตัวอย่างบุคคลดังนี้

   สรุปตัวอย่างบุคคลในพระวินัย

   1. ศีลบริสุทธิ์หมดจดของอนุปสัมบัน อาศัยศีลชุดมีจำนวนหัวข้อกำหนดได้ ต้องรักษาได้เป็นชุดทุกข้อ(ปริยันตปาริสุทธิศีล

   2. ศีลบริสุทธิ์หมดจดของอุปสัมบัน อาศัยศีลสิกขาบทบัญญัติ(ปาติโมกขสังวรศีล) ซึ่งแตกขยายเป็นหัวข้อได้ไม่สิ้นสุด ต้องรักษาด้วยสติสัมปชัญญะ 4 (อปริยันตปาริสุทธิศีล)

   3. ศีลบริสุทธิ์หมดจดของกัลยาณปุถุชนผู้ประกอบพร้อมด้วยวิปัสสนาญาณขั้นสังขารุเบกขาญาณ ต้องรักษาด้วยการเจริญอินทรีย์สังวรศีลได้บริบูรณ์เป็นปกติวิสัย(ปริปุณณปาริสุทธิศีล)

   4. ศีลบริสุทธิ์หมดจดของพระเสขะ 7 ต้องรักษาการสำรวมไม่ให้ตัณหาและทิฏฐิอิงอาศัยทั้งในชีวิตความเป็นอยู่และการเจริญวิปัสสนา (อปรามัฏฐปาริสุทธิศีล)

   5. ศีลบริสุทธิ์หมดจดจากความสงบระงับกิเลสได้สิ้นเชิงของพระขีณาสพผู้สิ้นอาสวะแล้ว(สาระการสังเคราะห์ฐานะบุคคลผู้บริสุทธิ์หมดจด ระหว่างพระสูตรและพระวินัย จากคัมภีร์นิสสยะอักษรปัลลวะ)

-------------------------

เปือกตมพรหมจรรย์ ๔ อย่าง

   ลาโภ สิโลโก สกฺกาโร       ปูชา ปรกุเลสุ จ

   ปงฺโก เอโสว อกฺขาโต       พฺรหฺมจริยสฺส นารท.

    แปลว่า ลาภ ๑ ความมีชื่อเสียง ๑ สักการะ (เช่น มีผู้ไหว้) ๑ 

    การบูชา(จากคน)ในสกุลอื่น ๑ พ่อนารทะ นี่แหละบัณฑิตว่า

    เป็นเปือกตมของพรหมจรรย์แล.

(ขุ.ชา.จูฬนารทกัสสปชาดก.๑๗๗๒, มจร.๔๘)


   ความเป็นมาแห่งโพธิสัตว์ภาษิต

   พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุผู้จะสึกเพราะถูกสตรีประเล้าประโลม ทรงสอบถามแล้วตรัสว่า ในอดีตนางผู้นี้ก็เคยทำอันตรายแก่การประพฤติพรหมจรรย์ของเธอมาแล้ว แล้วตรัสเล่าชาดกนี้...ครั้งนั้น ภิกษุรูปนี้เป็นลูกของพระโพธิสัตว์ เมื่อภรรยาตาย บิดาและบุตรบวชเป็นดาบส ต่อมามีสตรีหนีโจรมาพบดาบสน้อย นางยั่วยวนจนเสพกามกัน แล้วนัดหมายออกจากป่าไปอยู่ในเมืองด้วยกัน เขากราบลาบิดา พระโพธิสัตว์จึงสอนโทษของสตรีและวิธีครองเรือนด้วยภาษิตนี้เป็นต้น

    เป็นเปือกตม คือถ้าติดใจก็จมลง จบโอวาทดาบสหนุ่มเปลี่ยนใจอยู่กับบิดาต่อไป(ชา.อ.๑/๖/๒๓๒-๙)

-------------------

ดูช้างขึ้นจากหล่ม นำตนพ้นกิเลส

    อปฺปมาทรตา โหถ         สจิตฺตมนุรกฺขถ

    ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ      ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร.

    แปลว่า เธอทั้งหลายจงยินดีในความไม่ประมาท 

   จงตามรักษาจิตของตน จงถอนตนขึ้นจากหล่ม 

   เหมือนช้างกุญชรที่จมลงในเปือกตม ถอนตนขึ้นได้ 

    ฉะนั้น(ขุ.ธ.นาควรรค ข้อ ๓๓, มจร.ข้อ ๓๒๗)


    ความเป็นมาแห่งพุทธภาษิต

    พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยทรงปรารภช้างแก่ตัวใหญ่ ชื่อ ปาเวรกะ เป็นอดีตช้างทรงของพระราชาโกศลติดหล่มอยู่ พระราชาทรงทราบแล้วให้ควาญช้างไปช่วย ควาญช้างจำลองแผนรบขึ้นแล้วตีกลองรบกระตุ้นให้ช้างเกิดมานะ จนมีพละกำลังขึ้นจากหลุมได้ พวกภิกษุทูลให้พระศาสดาทรงทราบ ทรงประสงค์ให้ภิกษุดูช้างเป็นตัวอย่าง จึงตรัสภาษิตนี้

    รักษาจิตไม่ให้ติดอยู่ในอารมณ์ทั้งหลาย มีรูปและเสียง เป็นต้น, หล่มได้แก่ กิเลสทั้งหลาย, ช้างตัวใหญ่ เรียกว่า กุญชร (ธ.อ.๔/๑๗๗, ๑๙๔-๕)


[full-post]

พระวินัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.