สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ

อาชีวปาริสุทธิศีล กับสิกขาบทที่ว่าด้วยอาชีวะ

ถามว่า อาชีวปาริสุทธิศีล ในพระวินัยก็ทรงแสดงด้วยสิกขาบทที่เกี่ยวกับอาชีวะเป็นเหตุ  อาชีวะการณ์ เพื่อให้ทราบระดับโทษหนักเบาแห่งอาบัติ ในพระสูตรก็ทรงแสดง จตุปาริสุทธิศีล เพื่อให้ทราบว่า การเจริญกรรมฐานต้องมีครบทั้ง ๔ อย่าง ก็แล้วทำไมเล่าถึงทรงต้องแสดงกุหนวัตถุ(เรื่องการหลอกลวงด้วยพฤติกรรมการมักมากในลาภและสักการะของพระภิกษุ) ด้วยอาการ ๓ คือ

   ๑. อาการส้องเสพปัจจัย

   ๒. อาการพูดเลียบเคียง

   ๓. อาการอากัปกิริยาท่าทางที่แสดงออก

   เพื่อให้พระภิกษุทราบระดับความวิบัติ(ความเสียหาย)ว่าเริ่มจากศีลวิบัติด้วยการเสแสร้งปฏิเสธปัจจัย เพื่อประสงค์จะลวงทายกว่าตนมักน้อย เมื่อหิริโอตตัปปะไม่มีก็ลามปามความประพฤติ(อาจารวิบัติ)กล่าวอ้างเลียบเคียงว่าการประพฤติเช่นตนเป็นความมักน้อยของพระอริยะ มีการสรรหาเศษผ้าหลายเฉทสีมาเย็บปะติดปะต่อเป็นผืนนุ่งห่ม ทั้งที่พระวินัยบัญญัติให้เย็บเป็นขันธ์คี่ มี ๕,๗,๙ขันธ์ แล้วย้อมเป็นเฉทสีเดียวกัน เมื่อผู้คนเลื่อมใสมากขึ้นด้วยเห็นว่าแปลกประหลาดจากพระภิกษุปกติทั่วไปก็สำคัญผิด(ทิฏฐิวิบัติ)ว่าพฤติกรรมตนถูกต้องตามพระวินัยแล้ว พระภิกษุนอกนี้ต่างหากเล่าที่ประพฤติไม่ได้เยื่องตน ก็เกิดตัณหา มานะ ทิฏฐิ แรงกล้า ยึดติด ว่า ชีวิตความเป็นอยู่เช่นนี่แหละประเสริฐสูงสุด (อาชีววิบัติ) และเป็นการเตือนบัณฑิตผู้รู้อริยะวินัยว่า บุคคลเช่นนี้ไม่พึงคบหาด้วย แม้ฆราวาสที่เข้าใจผิด ผู้เป็นบัณฑิตก็พึงชี้แจงด้วยเหตุผลและหลักฐานให้กระจ่างชัดเถิด 

[full-post]

อาชีวปาริสุทธิศีล กับสิกขาบทที่ว่าด้วยอาชีวะ

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.