พระบิณฑบาตกับคนใส่บาตร
-----------------------------
ผมออกไปเดินออกกำลังเมื่อเช้านี้ (๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖) เห็นพระท่านรับบิณฑบาต มีศิษย์หรือคนวัดเข็นรถบรรทุกของตามหลัง
พอมีคนใส่บาตร คนวัดที่ว่านี้ก็จะถ่ายของจากบาตรมาใส่รถ
ภาพที่ผมเห็นและต้องเอามาเขียนบอกอยู่นี่ก็คือ พอคนใส่บาตรหย่อนของลงในบาตรพระ แบบว่า-แทบจะยังไม่ทันปล่อยจากมือ คนวัดก็จะหยิบของออกจากบาตรทันที ล้วงออกจากบาตรต่อหน้าต่อตาคนใส่นั่นเลย
ถ้าญาติมิตรเป็นคนใส่บาตร จะรู้สึกอย่างไรบ้าง?
ผมรู้สึกว่าเป็นกิริยาที่ไม่งาม ทำไมจะต้องรีบทำถึงขนาดนั้น
ถ้าผมเป็นพระ ผมจะอบรมคนวัดไม่ให้ทำแบบนั้น
ถ้าพูดในเชิงประชด ก็ต้องว่า-ส่งของใส่บาตรให้คนวัดเอาไปใส่รถเลยจะไม่เร็วกว่าหรือ จะต้องเอามาหย่อนลงบาตรให้เสียเวลา-เหมือนเล่นละคร-ก่อนทำไม
หรือว่า-ถ้าไม่หย่อนลงบาตรก่อนจะไม่ได้บุญ?
ไม่รู้นะ ผมอาจจะคิดมากไปเอง เหตุผลในการกระทำของคนเราย่อมไม่เหมือนกัน และหลาย ๆ เรื่องก็ไม่จำเป็นต้องคิดตรงกัน
....................
ผมยังคิดต่อไปอีกครับ
มีรถเข็นตามหลัง ถ่ายของใส่รถ วิธีนี้พระเดินสบาย
แต่อาจรับบิณฑบาตเพลินเกิน ๓ บาตรโดยไม่รู้ตัว
ผมไม่แน่ใจว่า ณ วันนี้เรารู้กันหรือเปล่าว่า พระออกบิณฑบาตรับภัตตาหารได้ไม่เกิน ๓ บาตร
หมายความว่า มีคนใส่บาตรจนเต็ม แล้วถ่ายออกเพื่อรับต่อไปอีก
เต็มบาตรครั้งแรก แล้วถ่ายออก เป็นบาตรที่ ๑
เต็มบาตรครั้งที่ ๒ แล้วถ่ายออก เป็นบาตรที่ ๒
เต็มบาตรครั้งที่ ๓ คราวนี้ถ่ายอีกไม่ได้แล้ว เพราะครบ ๓ บาตร ต้องหยุดรับ กลับวัด
ทีนี้ กรณีมีรถเข็นตามไปด้วย เต็มบาตรแล้วถ่ายใส่รถ หรือพอคนใส่ปล่อยมือก็ล้วงออกจากบาตรทันที บาตรไม่ทันเต็มสักที
แบบนี้จะกำหนดได้อย่างไรว่าครบ ๓ บาตรแล้วหรือยัง?
ญาติมิตรคิดกันอย่างไร?
....................
เรื่องเกี่ยวกับบิณฑบาต ยังมีที่ควรรู้ต่อไปอีก คือ -
๑ อาหารที่ถ่ายมาเต็ม ๓ บาตรนั้น ในพระวินัยกำหนดไว้ว่า ให้นำไปแบ่งปันแก่เพื่อนสหธรรมิก ไม่ให้กักตุนไว้ฉันรูปเดียว
๒ อาหารที่ไปบิณฑบาตได้มา ถ้าตัวเองยังไม่ได้ฉัน จะเอาไปให้ใครอื่นไม่ได้นอกจากเพื่อนสหธรรมิกด้วยกัน ทั้งนี้ยกเว้นบุคคล ๖ จำพวกที่พระวินัยอนุญาต
ผมแน่ใจว่า เรื่องนี้ชาวบ้านทั่วไป-รวมทั้งคนที่ใส่บาตรนั่นเอง-ไม่รู้
ตรงนี้เป็นจุดบอดหรือจุดอ่อนอย่างยิ่งของสังคมไทยในปัจจุบัน คือ ไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา-แม้ในสิ่งที่กำลังทำอยู่นั่นเอง
เรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ผู้ที่ควรทำหน้าที่ให้ความรู้แก่สังคม-เป็นหน้าที่ตรง ๆ เต็ม ๆ-คือชาววัด ซึ่งหมายถึงพระภิกษุสามเณร
....................
ผมเขียนบาลีวันละคำทุกวัน เขียนเรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเผยแพร่อยู่เนือง ๆ มีคนบอกว่า-แบบนี้น่าจะไปบวช
ฟังให้เป็นคำชมก็ได้
ฟังให้เป็นคำประชดก็ได้
ถ้าเป็นคำชม ก็ชวนให้มีกำลังใจ
ถ้าเป็นคำประชด ก็ชวนให้หมดกำลังใจ
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา
๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖
๑๒:๐๙
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ