บทสรุปคุณลักษณะพิเศษแห่งพระพุทธศาสนา (๔)

---------------------

ท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ เขียนหนังสือไว้มาก หนึ่งในหนังสือเหล่านั้น คือ “คุณลักษณะพิเศษแห่งพระพุทธศาสนา” บรรยายคุณลักษณะพิเศษให้รู้ว่า พระพุทธศาสนาสอนอย่างไรหรือสอนอะไร 

ต่อไปนี้เป็นข้อความจากบทสรุปในหนังสือคุณลักษณะพิเศษแห่งพระพุทธศาสนา ต่อจากตอนที่แล้ว

(ท่านกำลังอ่านข้อความของท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ)

............................................

พระพุทธศาสนาสอนว่า การคบเพื่อนที่ดีย่อมจะชวนกันไปในทางดี พระอานนท์เสนอว่าเป็นกึ่งพรหมจรรย์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นตัวพรหมจรรย์โดยสมบูรณ์ทีเดียว แสดงว่าทรงยกย่องกัลยาณมิตรมาก

พระพุทธศาสนาสอนให้รักษากายวาจา ให้เรียบร้อยด้วยศีล ให้รักษาจิตให้สงบไม่ฟุ้งซ่านด้วยสมาธิ และให้รักษาทิฐิคือความเห็นมิให้ผิดให้ไปตรงทางด้วยปัญญา ฉะนั้น ศีล สมาธิ ปัญญา จึงเป็นข้อปฏิบัติตามลำดับต่ำสูงทางพระพุทธศาสนา

ด้วยปัญญา บุคคลอาจแก้ทุกข์ได้ ด้วยปัญญา บุคคลย่อมมีแสงสว่างส่องทางชีวิตให้ดำเนินไปได้โดยราบรื่น ด้วยปัญญา บุคคลย่อมไม่ทำอะไรที่ผิดพลาด ปัญญาจึงเป็นที่มาแห่งคุณงามความดีทั้งหลาย

พระพุทธศาสนาสอนให้ผ่อนคลายความยึดมั่น ความถือตัวถือตนให้เหลือน้อยเท่าที่จะทำได้ คนยิ่งมีความยึดถือหรือถือตัวถือตนมากเพียงใด ก็มีความทุกข์ความเดือดร้อนมากเพียงนั้น

พระพุทธศาสนาสอนให้รู้สภาพธรรมดาสามประการของสิ่งทั้งหลาย และให้พิจารณาด้วยปัญญาอยู่เสมอ นั่นคือความไม่เที่ยงถาวร (อนิจจตา) ความทนอยู่ไม่ได้ (ทุกขตา) และความเป็นของมิใช่ตัวตน (อนัตตตา) เพื่อเป็นทางปิดกั้นความกลัดกลุ้มเดือดร้อนทั้งปวง

พระพุทธศาสนาสอนว่า ถ้าไม่รู้จะปฏิบัติอย่างไรดี เพราะข้อปฏิบัติมีมากเหลือเกิน ก็สอนให้ปฏิบัติเพียงอย่างเดียวคือให้รักษาคุ้มครองจิตให้เป็นไปถูกทาง เสร็จแล้วจะเป็นอันคุ้มครองกาย วาจา และอื่น ๆ ไปในตัว

พระพุทธศาสนาสอนทางสายกลาง ระหว่างการทรมานตัวเองให้เดือดร้อน กับการปล่อยตัวให้เหลิงเกินไป และสอนทางสายกลางระหว่างความเห็นที่ว่าเที่ยงกับความเห็นที่ว่าขาดสูญ การสอนทางสายกลางนี้ ย่อมเป็นประโยชน์ในที่ทุกสถาน อะไรก็ตามมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ตึงเกินไปหรือหย่อนเกินไป ย่อมไม่ดี

พระพุทธศาสนาสอนให้รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง ไม่เป็นคนดื้อว่ายากสอนยาก คนที่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่นย่อมมีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดบกพร่องของตนเองอยู่เสมอ

พระพุทธศาสนาสอนเป็นวิภชวาทะ กล่าวคือ จำแนกตามเหตุผลที่แท้จริง เช่นเมื่อมีปัญหาว่า ชื่อว่าความจริงแล้วควรจะพูดเรื่อยไปโดยไม่มีขอบเขตหรือ พระพุทธศาสนาสอนว่าความจริงที่จะพูดนั้นควรมีประโยชน์ด้วย เป็นธรรมด้วย จึงค่อยพูด แล้วก็ควรรู้จักกาลเวลาที่จะพูดด้วย ไม่ใช่พูดพร่ำเพรื่อไป

พระพุทธศาสนาสอนว่า คนพาลมีการเพ่งโทษผู้อื่นเป็นกำลัง บัณฑิตมีการเพ่งโทษตัวเองเป็นกำลัง จึงแสดงว่าไม่ควรวุ่นวายแต่จะแก้ความไม่ดีของคนอื่นให้มากนัก ดูแลตัวเองให้ดีก่อนแล้วจึงค่อยคิดแก้คนอื่นในภายหลัง

พระพุทธศาสนาเป็นที่มาแห่งวัฒนธรรม และสมบัติผู้ดีที่ละเอียดอ่อนและประณีตของโลก

พระพุทธศาสนาสอนให้สงบระงับ ไม่วุ่นวาย และสอนให้เห็นว่าลาภสักการและชื่อเสียงนั้นถ้าไม่รู้จักใช้ ไม่รู้จักพิจารณา ก็กลายเป็นของร้ายกาจหรือเป็นพิษได้

พระพุทธศาสนาสอนให้พิจารณาให้รู้เท่าทันเรื่องที่เกิดขึ้น อย่าทำให้ชอบใจในครั้งแรกแล้วก่อทุกข์เดือดร้อนให้ในภายหลัง รูปพระพุทธเจ้าตอนผจญมารนั้นเป็นคติสอนใจดีมาก อาวุธของพระยามารกลายเป็นดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาพระพุทธเจ้า นี้แสดงว่าสิ่งที่เป็นพิษสำหรับผู้อื่น แต่เมื่อใช้ปัญญาพิจารณาแล้ว ก็อาจเป็นดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาได้

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าไม่มีความเกิดความแก่ความตาย พระองค์ก็คงมิได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า แสดงว่าเรื่องที่คนทั้งหลายเห็นเป็นของธรรมดาก็ตาม เป็นของน่าเกลียดน่ากลัวก็ตาม พระพุทธจ้าทรงนำมาเป็นคติ หรือหาประโยชน์ได้จากสิ่งเหล่านั้น จึงมีคำกล่าวว่า ผู้มีความรู้มองทุกอย่างเป็นธรรม เหมือนหมอผู้สามารถมองต้นไม้ทุกอย่างเป็นยารักษาโรคได้ทั้งสิ้นฉะนั้น

พระพุทธศาสนาสอนให้รู้จักเสียสละเป็นชั้น ๆ ให้สละสุขเล็กน้อยเพื่อสุขอันสมบูรณ์ ให้สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ ให้สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต และให้สละชีวิตเพื่อรักษาธรรม เป็นการสอนให้ยกจิตใจให้สูงขึ้นในที่สุด

พระพุทธศาสนาสอนให้ยอมเสียน้อย เพื่อไม่เสียมาก เพราะฉะนั้น เมื่อมีเหตุอะไรเกิดขึ้นอันจะต้องเสียสละบ้างก็ควรพิจารณา ถ้าควรยอมเสียน้อยได้ก็จะเป็นการตัดต้นเหตุที่ให้เสียมากเป็นอย่างดี เพียงการทนเหตุการณ์เล็กน้อยกับทนไม่ได้แล้วก่อเรื่องขึ้น ก็จะเป็นตัวอย่างอันดีที่ให้วินิจฉัยเรื่องนี้ได้

พระพุทธศาสนาสอนว่า เมื่อมีศีล คือรักษากายวาจาให้เรียบร้อยได้ ย่อมเป็นอุปการะให้สมาธิเกิดได้เร็ว สมาธิคือการที่ใจตั้งมั่นไม่ฟุ้งซ่าน เมื่อมีสมาธิก็ช่วยให้เกิดปัญญาได้สะดวกขึ้น

พระพุทธศาสนาสอนว่าทุกคนที่เกิดมามีขวานเกิดมาในปากคนละเล่ม เป็นขวานที่ถ้าไม่รู้จักวิธีใช้ ก็จะฟันตนเองให้พินาศไปได้

พระพุทธศาสนาสอนรวบยอดให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท คือสอนไม่ให้ลืมตน ทะนงตน หรือขาดความระมัดระวัง ท่านถือว่าความประมาทเป็นทางแห่งความตาย และความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความไม่ตาย จึงควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาททั่วกัน

.........................................................

ที่มา: คุณลักษณะพิเศษแห่งพระพุทธศาสนา

สุชีพ ปุญญานุภาพ เรียบเรียง

สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

จัดพิมพ์เผยแพร่ พุทธศักราช ๒๕๒๘

หน้า ๑๔๗-๑๕๑

.........................................................

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา

๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๖

๑๐:๔๑ 

[full-post]

ปกิณกธรรม,คุณลักษณะ,พุทธศาสนา,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.