ทองย้อย แสงสินชัย

#บาลีวันละคำ (4,245)


ภูริช

ปัญญาประดิษฐ์ตัวจริง

อ่านว่า พู-ริด

“ภูริช” อ่านแบบบาลีว่า พู-ริ-ชะ รากศัพท์มาจาก ภูริ + ช 

(๑) “ภูริ” 

อ่านว่า พู-ริ รากศัพท์มาจาก - 

(1) ภู (ธาตุ = มี, เป็น) + ริ ปัจจัย

: ภู + ริ = ภูริ แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติที่มีอยู่เป็นอยู่” “สิ่งที่มีอยู่” “สิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่” 

(2) ภู (แทนศัพท์ว่า “ภูต” = มีอยู่, เป็นอยู่) + รมฺ (ธาตุ = ยินดี) + อิ ปัจจัย, ลบ มฺ ที่สุดธาตุ (รมฺ > ร)

: ภู + รมฺ = ภูรมฺ > ภูร + อิ = ภูริ แปลตามศัพท์ว่า “ธรรมชาติที่ยินดีในประโยชน์ที่มีอยู่” 

“ภูริ” (บาลีเป็น “ภูรี” อีกรูปหนึ่ง) (อิตถีลิงค์) ใช้ในความหมายดังนี้ - 

(1) (เป็นคำนาม) ความรู้, ความเข้าใจ, พุทธิปัญญา (knowledge, understanding, intelligence)

(2) (เป็นคำนาม) โลก, แผ่นดิน (the earth) 

(3) (เป็นคุณศัพท์) กว้าง, แผ่กว้าง, มากมาย, อุดม (wide, extensive, much, abundant)

บาลี “ภูริ” สันสกฤตก็เป็น “ภูริ”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ดังนี้ -

(สะกดตามต้นฉบับ)

“ภูริ : (คำวิเศษณ์) มาก; much, many;- (คำนาม) นามพระวิษณุ; พระพรหม; พระศิวะ; วัน; ทองครรม; a name of Vishṇu; Brahmā; Śiva; a day; gold.”

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “ภูริ” และ “ภูรี” ไว้หลายคำ บอกไว้ดังนี้ - 

(1) ภูริ ๑ : (คำวิเศษณ์) มาก. (ป., ส.).

(2) ภูริ ๒ : (คำนาม) แผ่นดิน. (ป.).

(3) ภูริ ๓, ภูรี : (คำนาม) ความฉลาด, ปัญญา. (ป.).

(๒) “ช”

อ่านว่า ชะ รากศัพท์มาจาก ชนฺ (ธาตุ = เกิด) + กฺวิ ปัจจัย, ลบ นฺ ที่สุดธาตุและ กวิ 

: ชนฺ + กฺวิ = ชนกฺวิ > ชน > ช แปลตามศัพท์ว่า “(สิ่งที่) เกิด--” 

ขยายความแทรก :

“ช” คำเดียวแปลว่า “เกิด” โดยปกติแล้วจะไม่ใช้เดี่ยว ๆ คือจะมีแต่คำว่า “ช” ตัวเดียวไม่ได้ จะต้องมีคำอื่นอยู่ข้างหน้า หรือเป็นคำที่ใช้ต่อท้ายคำอื่น จึงจะแปลว่า “เกิด” ได้ เช่น -

“อนุช” “อนุชา” แปลว่า “ผู้เกิดภายหลัง”

“วาริช” แปลว่า “สิ่งที่เกิดในน้ำ” “สิ่งที่เกิดจากน้ำ” หรือ “สิ่งที่เกิดเพราะน้ำ” แล้วแต่ว่าคำไหนจะมีความกลมกลืนดีกว่ากัน 

ภูริ + ช = ภูริช (พู-ริ-ชะ) แปลตามศัพท์ว่า (1) “เกิดจากแผ่นดิน” (2) “เกิดจากปัญญา”

“ภูริช” ใช้ในภาษาไทยรูปเหมือนบาลี แต่อ่านว่า พู-ริด

“ภูริช” ยังไม่ได้เก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554

ขยายความ :

“ภูริช” รูปคำงาม เสียงดี มีความหมายเด่น เหมาะที่จะเป็นชื่อคน เป็นชายก็ใช้ว่า “ภูริช” ตรงตัว เป็นหญิงก็แผลงเป็น “ภูริชา” อ่านว่า พู-ริ-ชา ขอฝากเป็นอภินันทนาการแก่นักตั้งชื่อทั้งปวง

ถ้ายังไม่มีใครคิดคำนี้ ก็ฝากให้เพิ่มไว้ในทำเนียบชื่ออีกคำหนึ่ง

ถ้ามีคนคิดขึ้นแล้ว ก็ฝากให้รู้จักคำแปลและความหมายที่ถูกต้อง

รับรองว่า ดีกว่าหลาย ๆ ชื่อที่เอาอักษรตัวนั้นตัวนี้มาประสมกันเอง แบบที่คนสมัยใหม่นิยมตั้งกัน อ่านก็ยาก เขียนก็ยาก เขียนตามคำบอกก็สะกดไม่ถูก เขียนได้อ่านถูกก็ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร

“ภูริช” “ภูริชา” เขียนง่าย อ่านง่าย ความหมายดี - ผู้เกิดมาจากปัญญา หรือผู้มีปัญญาหนาแน่นดังแผ่นปฐพี

..............

ดูก่อนภราดา!

: มีปัญญาหนาแน่นเท่าแผ่นพิภพ

: เพราะรู้จบกระบวนจิตปิดอกุศล

: รู้อะไรในพิภพจบสกล

: ใจของตนไม่รู้จักก็ดักดาน

[full-post]

Bhasadhamma,ภาษาธรรม,ภูริช,ทองย้อย,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.