สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ


การงานที่เสียหายตามนัยมงคลสูตรเป็นไฉน?

     เพราะประกอบด้วยข้อเสียหาย ๔ อย่าง คือ

    ๑. ล่วงเลยเวลาที่ควรทำ

    ๒. ทำได้ไม่เหมาะสม

    ๓. ย่อหย่อน

    ๔. ขาดการพิจารณาใคร่ครวญให้รอบคอบ

    มีอรรถาธิบายดังนี้

     เมื่อปล่อยเวลาให้ล่วงไป ถึงคราวควรทำไม่ทำ มาคิด ทำเอาภายหลัง เวลาที่ต้องใช้ทำเหลือน้อย ก็รีบร้อนทำให้้เสร็จเพื่อให้ทันเวลา การงานนั้นก็ไม่ประณีต ไม่เรียบร้อย และบกพร่องไม่บริบูรณ์ นี้คือ เสียหายเพราะล่วงเวลาที่ ควรทำ

     อนึ่ง เหมือนอย่างเวลาจะเพาะปลูกพืชไร่ ไม่ตรวจดู สถานที่เสียก่อน ว่า สถานที่เช่นนี้ ควรจะโปรย ควรจะหว่าน พืชชนิดนี้ลงไปหรือไม่ ไม่ดู ว่ามีน้ำเพียงพอแก่การทะนุบำรุงหรือไม่ ไม่พิจารณาฤดูกาลเสียก่อน ว่าหน้าฝนเช่นนี้ หากจะ ปลูกพืชเช่นนี้แล้วจะได้ผลดีหรือไม่ อย่างนี้เป็นต้น ก็ย่อมเกิดความเสียหายขึ้น นี้คือ เสียหายเพราะทำได้ไม่เหมาะสม

     อนึ่ง เวลาทำก็ย่อหย่อน คือ ทำบ้างไม่ทำบ้าง เกียจ คร้าน พอใจจะทำจึงทำ ไม่พอใจก็ไม่ทำ ปล่อยปละละเลย ผัดวันประกันพรุ่งในกิจทั้งหลาย มีการรดน้ำ การกำจัดวัชพืช เป็นต้น ก็ย่อมเกิดความเสียหายขึ้น นี้คือ เสียหายเพราะย่อหย่อน

     อนึ่ง อย่างนั้นเหมือนกัน เวลาทำ แม้มีความตั้งอกตั้ง ใจจะทำให้ดี แต่เมื่อขาดการพิจารณาใคร่ครวญให้รอบคอบ ในคราวที่มี เหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นทำให้การงานนั้นเสียหายไป อย่างไม่คาดฝัน อย่างไม่คิดมาก่อนว่าอาจจะเกิดได้ แต่พอเกิด แล้ว ก็ไม่พิจารณาใคร่ครวญถึงเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย เพื่อเป็นบทเรียนในคราวต่อ ๆ ไป ยังคงทำไปตามวิธีการเดิม

ก็ต้องประสบความบกพร่องเสียหายอยู่เสมอ นี้คือ เสียหายเพราะขาดการพิจารณาใคร่ครวผญ ฉะนี้ แล 

     เพราะฉะนั้น การงานที่ไม่เสียหาย ก็ย่อมเป็นการงานที่ ไม่มีข้อเสียหาย ๔ ประการ ดังกล่าวนี้ นั่นเอง ได้แก่ ถึงเวลา ที่ควรทำก็ทำ ไม่ปล่อยเวลานั้นให้ล่วงเลยไป, ทำได้เหมาะสม คือ เหมาะสมต่อฤดูกาลที่จะทำ เป็นต้น มีความเข้มแข็งใน การทำ ไม่มีความย่อหย่อน และหมั่นพิจารณาใคร่ครวญอยู่เสมอ.

     ก็การงานที่ไม่เสียหาย ชื่อว่า เป็นมงคล เพราะเป็น เหตุนำมาซึ่งประโยชน์สุขและความสำเร็จในอัตภาพปัจจุบันนี้


[full-post]

ปกิณกธรรม,การงานคั่งค้าง,อาจารย์สมเกียรติ,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.