อันว่าด้วยพระไตรปิฎก (๓)
พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้แบ่งพระวินัยปีฎก ออกเป็น ๕ คัมภีร์ ตามวิธีการดังกล่าวนี้
นอกจากนี้ ยังมีวิธีการแบ่งวินัยปิฎกอีก ๒ แบบตามที่บันทึกไว้ในคัมภีร์ชื่อว่าวชิรสารัตถสังคหะ ที่พระรัตนปัญญาเถระรจนาที่เชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๐๗๘ ดังนี้
แบบที่ ๑ ปรากฏในคัมภีร์วชิรสารัตถสังคหะข้อ ๒๒ ว่า "อาปามจุปอาทิกา" ท่านแบ่งพระวินัยปิฎกออกเป็น ๕ คัมภีร์ มีคำย่อหรือหัวใจว่า อา ปา ม จุ ป คือ พระปาติโมกข์
๑. อา = อาทิกัมมิกะหรือปาราชิก ว่าด้วยสิกขาบทที่เกี่ยวกับอาบัติหนักของภิกษุ ตั้งแต่ปาราชิกถึงอนิยต
๒. ปา = ปาจิตตีย์ ว่าด้วยสิกขาบทที่เกี่ยวกับอาบัติเบาตั้งแต่นิสสัคคียปาจิตตีย์ ถึงเสขิยะ รวมตลอดทั้งภิกขุนีวิภังค์ทั้งหมด
๓. ม = มหาวรรค
๔. จุ = จุลวรรค
๕. ป = ปริวาร
แบบที่ ๒ ปรากฏในคัมภีร์วชิสารัตถสังคหะข้อ ๓๙๘ ว่า "ปาปามจุปิติ ปญจวิธํ
วินยปิฎกํ" พระวินัยปิฎกมี ๕ คัมภีร์ คือ ปา ปา ม จุ ป ท่านแบ่งพระวินัยปิฎก ออกเป็น ๕ คัมภีร์ มีคำย่อหรือหัวใจว่า ปา ปา ม จุ ป คือ
๑. ปา = ปาราชิก
๒. ปา = ปาจิตตีย์
๓. ม = มหาวรรค
๔. จุ = จุลวรรค
๕. ป = ปริวาร
พระไตรปิฎกที่สมาคมบาลีปกรณ์พิมพ์ขึ้นในประเทศอังกฤษ แบ่งวินัยปิฎก ออกเป็น ๓ หมวด คือ
๑. สุตตวิภังค์ รวมมหาวิภังค์และภิกขุนีวิภังค์เข้าด้วยกัน
๒. ขันธกะ รวมมหาวรรคและจุลวรรคเข้าด้วยกัน
๓. ปริวาร ตรงกับคัมภีร์ที่ ๕ ข้างต้น
วินัยปิฎกประกอบด้วยเนื้อหาที่บรรจุไว้ในพระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๘ เล่ม ดังนี้
เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ แบ่งเป็นหมวดเรียกว่ากัณฑ์ มี ๔ กัณฑ์ คือ
(๑) เวรัญชกัณฑ์
(๒) ปาราชิกกัณฑ์
(๓) สังฆาทิเสสกัณฑ์
(๔) อนิยตกัณฑ์
เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ต่อจากภาค ๑ แบ่งเป็น ๔ กัณฑ์กับ ๑ เรื่อง คือ
(๕) นิสสัคคิยกัณฑ์
(๖) ปาจิตติยกัณฑ์
(๗) ปาฏิเทสนียกัณฑ์
(๘) เสขิยกัณฑ์
(๙) อธิกรณสมถะ
เล่ม ๓ ภิกขุนีวิภังค์ แบ่งเป็น ๖ กัณฑ์ กับ ๑เรื่อง คือ
(๑) ปาราชิกกัณฑ์
(๒) สังฆาทิเสสกัณฑ์
(๓) นิสสัคคิยกัณฑ์
(๔) ปาจิตติยกัณฑ์
(๕) ปาฏิเทสนียกัณฑ์
(๖) เสขิยกัณฑ์
(๗) อธิกรณสมถะ
เล่ม ๔ มหาวรรค ภาค ๑ แบ่งเป็นตอนใหญ่เรียกว่าขันธกะ มี ๔ ขันธกะ คือ
(๑) มหาขันธกะ
(๒) อุโปสถขันธกะ
(๓) วัสสูปนายิกขันธกะ
(๔) ปวารณาขันธกะ
เล่ม ๕ มหาวรรค ภาค ๒ ต่อจากภาค ๑ แบ่งเป็น ๖ ขันธกะ คือ
(๕) จัมมขันธกะ
(๖) เภสัชชขันธกะ
(๗) กฐินขันธกะ
(๘) จีวรขันธกะ
(๙) จัมเปยยขันธกะ
(๑๐) โกสัมพิกขันธกะ
เล่ม ๖ จุลวรรค ภาค ๑ แบ่งเป็น ๕ ขันธกะ คือ
(๑) กัมมขันธกะ
(๒) ปริวาสิกขันธกะ
(๓) สังฆเภทขันธกะ
(๔) สมุจจยขันธกะ
(๕) สมถขันธกะ
เล่ม ๗ จุลวรรค ภาค ๒ ต่อจากภาค ๑ แบ่งเป็น ๘ ขันธกะ คือ
(๖) ขุททกวัตถุขันธกะ
(๗) เสนาสนขันธกะ
(๘) วัตตักขันธกะ
(๙) ปาฏิโมกขธูปนขันธกะ
(๑๐) ภิกขุนีขันธกะ
(๑๑) ปัญจสติกขันธกะ
(๑๒) สัตตสติกขันธกะ
เล่ม ๘ ปริวาร เป็นคู่มือถามตอบเกี่ยวกับวินัย ประมวลความสำคัญของพระไตรปิฎก
ตั้งแต่เล่ม ๑ ถึงเล่ม ๗ มี ๑๙ เรื่อง มูลเหตุแห่งการบัญญัติพระวินัย ภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย, อาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ,
๑. สังฆะสุฎธุตายะ, เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์
๒. สังฆะผาสุตายะ, เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์
๓. ทุมมังกูนัง ปุคคะลานัง นิคคะหายะ, เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก
๔. เปสะลานัง ภิกขูนัง ผาสุวิหารายะ , เพื่ออยู่ผาสุกแห่งภิกษุผู้มีศีลดีงาม
๕. ทิฏฐะธัมมิกานัง อาสะวานัง สังวะรายะ, เพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะเกิดใน
๖. สัมปะรายิกานัง อาสะวานัง ปะฏิฆาตายะ, เพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิด
๗. อัปปะสันนานัง ปะสาทายะ , เพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส
๘. ปะสันนานัง ภิยโยภาวายะ, เพื่อความเสื่อมใสยิ่งขึ้นของคนที่เลื่อมใสแล้ว
๙. สัทธัมมัฏฐิติยา, เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม
๑๐. วินะยานุคคะหายะ, เพื่อเอื้อเฟื้อวินัยปัจจุบัน ในอนาคต
--------------จบ---------------

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ