วจนัตถะ และคำอธิบายในอาเสวนปัจจัย

- อาปุนปฺปุนํ เสวนํ = อาเสวนํ การเสพอารมณ์บ่อยๆ ชื่อว่า อาเสวนะ

- อาเสวติ ปุนปฺปุนํ ปวตฺตตีติ = อาเสวนํ จิตดวงเดียวที่เกิดซ้ำกันบ่อยๆ ครั้ง ชื่อว่า อาเสวนะ

- อาเสวนตฺเถน อนนฺตรานํ ปคุณพลวภาวาย อุปการโก ธมฺโม = อาเสวนปจฺจโย ธรรมที่ช่วยอุดหนุนโดยความติดต่อกันไม่มีระหว่างคั่น เป็นสภาพที่มีกำลังคถ่องแคล่ว เพราะอรรถว่า เสพอารมณ์บ่อยๆ ชื่อว่า อาเสวนปัจจัย




อธิบายในอาเสวนปัจจัยโดยสังเขป



      ใน อาเสวนปัจจัย นี้ คำว่า อาเสวนะ แปลว่า เสพบ่อยๆ หมายถึงเสพอารมณ์บ่อยๆ หรือเสพมาก และธรรมที่ทำหน้าที่เสพอารมณ์นี้ได้แก่ นามธรรมพวกชวนจิต ที่จัดเอาเฉพาะแต่โลกียชวนจิตเท่านั้น การเสพอารมณ์บ่อยๆ นี้ ก็หมายถึงการเกิดขึ้นของชวนจิตบ่อยๆ นั่นเอง เพราะชวนจิตนี้กระทำหน้าที่เสพอารมณ์โดยเฉพาะอยู่แล้ว ฉะนั้น ถ้าจะไม่เรียกว่าการเกิดขึ้นของชวนจิต จะเรียกว่าการเสพอารมณ์ก็คงได้ความว่าชวนจิตเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

      ในการเสพอารมณ์หรือการเกิดขึ้นของชวนจิตนี้ ยังสามารถที่จะเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่ธรรมที่เป็นเชื้อชาติเดียวกันกับตนให้เกิดขึ้นอีกด้วย เช่น เมื่อเวลากุศลจิตดวงที่ ๑ คือ โสมนัสสญาณสัมปยุตตะ อสังขาริกจิดเกิดขึ้น โดยความเป็นชวนะดวงที่ ๑ แล้วดับไป ย่อมเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่กุศลจิตชนิดเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ ๒ เรียกว่าชวนะดวงที่ ๒ และชวนะดวงที่ ๒ ดับไป ก็เป็นปัจจัยแก่ชวนะดวงที่ ๓ ซึ่งเป็นจิตชนิดเดียวกันให้เกิดขึ้นอีกอย่างนี้ จนถึงชวนะดวงที่ ๗ อันเป็นชวนะดวงสุดท้าย แต่ชวนะดวงที่ ๗ นี้ไม่สามารถจะเป็นปัจจัยแก่จิตที่เป็นเชื้อชาติเดียวกันกับคนนั้นให้เกิดขึ้นได้อีก เพราะเหตุว่าชวนะดวงที่ ๗ นี้ มีกำลังอ่อน จึงไม่สามารถที่จะอุดหนุนให้เกิดชวนะดวงต่อไปได้อีก ในการที่ชวนะดวงที่ ๑ เป็นปัจจัยให้เกิดชวนะดวงที่ ๒ และชวนะดวงที่ ๒ เป็นปัจจัยให้เกิดชวนะดวงที่ ๓ จนกระทั่งถึงชวนะดวงที่ ๖ นี่แหละ เรียกว่า อาเสวนปัจจัย

       ถึงแม้ว่าชวนะดวงที่ ๗ นี้จะมีกำลังอ่อน ไม่สามารถที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดชวนะดวงต่อๆ ไปได้อีกก็จริงอยู่ แต่ในการกระทำกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมของบุคคลทั้งหลายนั้น เจตนา คือ กรรมที่กระทำนั้นย่อมสำเร็จลงได้ในชวนะดวงที่ ๗ นี้เอง ฉะนั้น เจตนาในชวนะดวงที่ ๗ นี้ จึงเรียกว่า “อตฺถสาธกสนฺนิฏฺฐาปกเจตนา” คือเจตนาที่ตัดสินการกระทำโดยเด็ดขาด และสามารถที่จะทำให้สำเร็จกิจนั้นๆ ได้ และเจตนาที่ในชวนะดวงที่ ๗ นี้ เมื่อเวลาให้ผลจึงมีกำลังแรงมาก สามารถให้ผลปฏิสนธิในชาติที่ ๒ ติดต่อกันได้ ทั้งนี้จะเห็นได้ในกรรมที่เป็นปัญจานันตริยกรรมและนิยตมิจฉาทิฏฐิกรรม อันเป็นกรรมที่แรง ซึ่งการให้ผลของกรรมนี้ ก็ให้ผลในชวนะดวงที่ ๗ นั่นเอง

      อาเสวนปัจจัย นี้ ท่านอุปมาเหมือนหนึ่งบุคคลที่เคยผ่านการศึกษาในวิชาอย่างหนึ่งมาแล้ว เมื่อจะต้องการศึกษาในวิชาอย่างเดียวกันนั้นต่อไป ก็ย่อมจะเรียนได้ง่ายและเข้าใจได้มากขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะอาศัยความรู้ที่ตนได้เคยผ่านมาแล้วในวิชานั้นเป็นเครื่องอุดหนุนส่งเสริมให้เรียนได้ง่ายขึ้นและรู้เร็วขึ้น จนกระทั่งสำเร็จการเรียนในวิชานั้น ๆ ข้อนี้ฉันใด ธรรมที่เป็นอาเสวนปัจจัยนี้ ก็เช่นเดียวกัน คือชวนะดวงที่ ๑ ก็เปรียบเหมือนความรู้ที่เป็นเบื้องต้น ชวนะดวงที่ ๒ ถึงดวงที่ ๖ ก็เปรียบได้เหมือนความรู้ที่ได้รับในขั้นต่อๆ มา จนกระทั่งจบหลักสูตรในวิชานั้น อันเปรียบได้ เหมือนกันกับชวนะดวงที่ ๗ ซึ่งเป็นชวนะดวงสุดท้ายนั่นเอง

      ปัจจัยธรรมของอาเสวนปัจจัยนี้ ที่จัดเอาแต่เฉพาะโลกียชวนจิตนั้น ก็เพราะว่าตามธรรมดาของชวนจิตที่จะเป็นอาเสวนปัจจัยได้นั้น ต้องประกอบด้วยลักษณะ ๓ อย่างคือ

      ๑ ต้องเป็นจิตชาติเดียวกัน

      ๒. ต้องเกิดซ้ำกันอย่างน้อย ๓, ๔ หรือ ๕ ครั้ง อย่างมาก ๗ ครั้ง (* ถ้าเป็นมหัคคตอัปปนาชวนะ ในณานสมาบัติวิถี เกิดได้ซ้ำกันมากกว่า ๗ ครั้ง) ในจำนวน กามชวนะ ๒๕

      ๓. ต้องไม่ใช่เป็นวิบากชวนจิต


      ส่วนโลกุตตรชวนะ ๘ ดวงนั้น มรรคชวนจิต ๔ ไม่ใช่เป็นวิบากชวนจิตก็จริง แต่ก็เกิดครั้งแล้วก็ดับไป ไม่เกิดซ้ำอีก จึงเป็นอาเสวนปัจจัยไม่ได้ เป็นได้แต่อาเสวนปัจจยุปบันเท่านั้น

      ผลชวนจิต ๔ เกิดบ่อยครั้งได้ก็จริง แต่เป็นจำพวกวิบากชวนจิต จึงเป็นอาเสวนปัจจัยไม่ได้ และก็เป็นอาเสวนปัจจยุปบันไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะผลชวนจิตนี้ย่อมต้องอาศัยมรรคชวนจิตเกิด เมื่อมรรคชวนจิตเป็นอาเสวนปัจจัยไม่ได้แล้ว ผลชวนจิตจึงเป็นอาเสวนปัจจยุปบันไม่ได้ นี้ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง ก็เพราะผลชวนจิตกับมรรคชวนจิตไม่ใช่เป็นชาติเดียวกัน ฉะนั้นจึงเป็นอาเสวนปัจจัยและอาเสวนปัจจยุปบันแก่กันไม่ได้ รวมความว่า ในมรรควิถีก็ดี ในผลสมาบัติวิถีก็ดี ผลชวนจิตนี้ต้องเป็นอาเสวนปัจจนิกธรรมไป

      ส่วนในโลกียชวนจิตนั้น ชวนะดวงที่ ๑ เป็นอาเสวนปัจจยุปบันธรรมไม่ได้ เป็นได้แต่อาเสวนปัจจัยอย่างเดียว และชวนะดวงสุดท้ายเป็นอาเสวนปัจจัยไม่ได้ เป็นได้แต่อาเสวนปัจจยุปบันธรรมอย่างเดียว

-------------จบอาเสวนปัจจัย---------



[full-post]

พระไตรปิฎก,อภิธรรมปิฎก,มหาปัฏฐาน,อาเสวนปัจจัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.