วจนัตถะ และคำอธิบายในฌานปัจจัย

วจนัตถะ

- อารมฺมณํ ฌายติ อุปนิชฺฌายตีติ - ฌานํ

ธรรมชาติใดย่อมเข้าไปเพ่งซึ่งอารมณ์มีรูปารมณ์เป็นต้น หรือมีกสิณป็นต้น เพราะเหตุนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่า ฌาน

- อุปนิชฺฌายนตฺเถน อุปการโก ธมฺโม - ฌานปจฺจโย

ธรรมที่ช่วยอุดหนุน โดยอรรถว่าเข้าไปเพ่งซึ่งอารมณ์ ชื่อว่า ฌานปัจจัย

- อารมฺมณํ อุปคนฺตวา ตสฺมึ วา ภูสํ ทฬฺหํ นิปฺปตฺติตฺวา วิย ฌายนฏฺเฐน โอโลกนฏฺเฐน อุปการโก ธมฺโม = ฌานปจฺจโย

ธรรมที่เป็นปัจขัยช่วยอุดหนุน โดยอรรถว่าเข้าไปใกล้ชิดอารมณ์ หรือประดุจหนึ่งว่า ตกไปติดแน่นอยู่ในอารมณ์นั้นแล้ว และเพ่งคือจ้องดูอยู่ ชื่อว่า ฌานปัจจัย

อธิบายในฌานปัจจัยโดยสังเขป

       ฌานปัจจัย นี้ คำว่า ฌาน นั้นหมายความว่า การเพ่งซึ่งอารมณ์ทั้งหลาย มีรูปารมณ์เป็นต้นอย่างแน่วแน่ เรียกว่า ฌาน โดยมีวิตก, วิจาร, ปีติ, เวทนา, เอกัคคตา เป็นหัวหน้าชักจูงให้สหชาตธรรม คือจิตและเจตสิกกระทำหน้าที่เพ่งอารมณ์นั้นตามไปด้วย ฉะนั้นพึ่งเข้าใจว่า ว่าฌานนั้นก็ได้แก่วิตก, วิจาร, ปีติ, เวทนา, เอกัคคตา ทั้ง ๕ อย่างนี้นั่นเอง หมายความว่า วิตกก็เรียกว่าฌาน วิจารก็เรียกว่าฌาน ดังนี้เป็นต้น

       องค์ฌานทั้ง ๕ นี้ มีหน้าที่ทำกันคนละอย่าง แต่ทำในการงานอันเดียวกัน คือหมายถึง เพ่งจับอยู่ในอารมณ์อันเดียวกันนั่นเอง เช่น วิตกทำหน้าที่ยกจิตขึ้นสู่รูปารมณ์ วิจารก็ทำหน้าที่ประคองรูปามณ์นั้น ปีติก็ทำหน้าที่อิ่มใจในรูปารมณ์นั้น เวทนาก็ทำหน้าที่เสวยรูปารมณ์นั้น เอกัคคตาก็ทำหน้าที่ตั้งมั่นในรูปารมณ์นั้น ดังนี้เป็นต้น

       อีกประการหนึ่ง องค์ฌานทั้ง ๕ นี้ นอกจากจะทำหน้าที่ของตน ๆ โดยเฉพาะแล้ว ยังสามารถช่วยอุดหนุนให้ธรรมทั้งหลายซึ่งเกิดร่วมกับตนนั้น ให้จับอยู่ในอารมณ์นั้นๆ ตามไปอีกด้วย ซึ่งอุปมาเหมือนบุคคลที่อยู่ในที่สูง สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในที่ไกล ๆ ได้ เมื่อตนเองแลเห็นสิ่งเหล่านั้นแล้ว ก็บอกให้พวกที่อยู่ข้างล่างรู้ด้วยว่า ในที่ตรงนั้น ตรงนี้มีอะไรบ้าง ตามที่ตนได้เห็น ข้อนี้ฉันใด องค์ฌานทั้ง ซึ่งมีวิตกเป็นต้นนั้น เมื่อขณะที่วิตกทำหน้าที่ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ ตัวของวิตกเองก็เพ่งอยู่ในอารมณ์นั้น และช่วยอุดหนุนให้สหชาตธรรมคือจิตและเจตสิกอื่น ๆ เข้าไปเพ่งในอารมณ์นั้นตามไปด้วย โดยเป็นฌานปัจจัยซึ่งได้แก่วิตกเป็นต้น ฉันนั้น ในการกระทำสิ่งต่างๆ หรือคิดนึกต่างๆ อันเกี่ยวกับกาย วาจา และใจ ถ้าหากว่าไม่มีองค์ฌานทั้ง ๕ ที่กล่าวมานั้นทำหน้าที่ช่วยอุดหนุนด้วยอำนาจฌานปัจจัยแล้ว การกระทำเหล่านั้น ก็จะเป็นไปโดยไม่มีระเบียบ ไม่ตรงกับความประสงค์ เช่น เมื่อเวลาเดินก็จะเดินเปะปะไม่ตรง หรือเวลาดูสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็จะดูไม่ตรงต่อสิ่งนั้นๆ หรือเมื่อเวลาพูดก็จะพูดเลอะเลือนไป ดังนี้เป็นต้น ฉะนั้น ฌานปัจจัยนี้จึงมีอำนาจที่ทำให้สัตว์ทั้งหลายกระทำกิจต่างๆ ได้มั่นคง ตรงต่ออารมณ์ตามความประสงค์ทุกประการ

       องค์ฌาน ๕ ที่กล่าวมานี้ ว่าโดยเป็นองค์ธรรมปมัตถ์ แต่ถ้าจะแจกออกไปโดยประเภทแล้ว ฌาน มี ๗ คือวิตก, วิจาร, ปีติ, เอกัคคตา, โสมนัสส์, โทมนัสส์, อุเบกขา และคำว่า ฌาน ซึ่งหมายถึงการเข้าไปเพ่งซึ่งอารมณ์นี้ มี ๒ อย่างด้วยกันคือ

       ๑. การเข้าไปเพ่งซึ่งอารมณ์มีรูปารมณ์เป็นต้น ตลอดจนกระทั่งการเพ่งอารมณ์ในการทำสมถภาวนา มีกสิณเป็นต้น เรียกว่า อารัมมณูปนิชฌาน

       ๒. การเพ่งอารมณ์ในการทำวิปัสสนาภาวนา คือเพ่งอารมณ์ไตรลักษณ์ กล่าวคือ อนิจจะ, ทุกขะ, อนัตตะ นั้น เรียกว่า ลักขณูปนิชฌาน

       ส่วนการเพ่งอารมณ์ที่เป็นนิพพานนั้น ก็จัดอยู่ในจำพวกลักขณูปนิชฌานเช่นเดียวกัน แต่ในที่นี้ ลักขณะ นั้นเป็น ตถลักขณะ หมายความว่า พระนิพพานนี้มีลักขณะที่เป็นสันติสุขโดยแท้จริง

       ฉะนั้น ฌานปัจจัยธรรม ซึ่งทำหน้าที่ช่วยอุดหนุนแก่ปัจจยุปบันธรรมทั้งหลายนั้น ย่อมทำหน้าที่ช่วยอุดหนุนโดยอำนาจแห่งอารัมมณูปนิชฌานอย่างหนึ่ง และโดยอำนาจแห่งลักขญปนิชฌานอย่างหนึ่ง ดังที่ได้อธิบายมาแล้ว

       สรุปความว่า ฌานปัจจัยนี้ องค์ฌาน ๕ คือวิตก, วิจาร, ปีติ, เวทนา, เอกัคคตา เป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่นามขันธ์ ๔ และจิตตชรูป ปฏิสนธิกัมมชรูป ที่เกิดพร้อมกันกับตน โดยอำนาจฌานปัจจัย

------------------///-------------------

  

[full-post]

พระไตรปิฎก,อภิธรรมปิฎก,มหาปัฏฐาน,ฌานปัจจัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.