วจนัตถะ และคำอธิบายในมัคคปัจจัย

วจนัตถะ

มคฺโค วิยาติ = มคฺโค ธรรมที่เป็นประดุจหนทาง ชื่อว่า มรรค

สุคฺติทุคฺคตึ นิพฺพานสฺส จ อภิมุขํ ปาปนโต = มคฺโค ธรรมที่ชื่อว่า มรรค เพราะเหตุว่าเป็นธรรมที่นำไปสู่สุคติ, ทุคติ และนิพพาน

มคฺคภาเวน อุปการโก ธมฺโม = มคฺคปจฺจโย ธรรมที่เป็นผู้อุปการะโดยความเป็นมรรค คือนำไปสู่สุคติ, ทุคติ และนิพพาน ชื่อว่า มัคคปัจจัย


อธิบายในมัคคปัจจัยโดยสังเขป


      คำว่า มรรค นั้น หมายถึงหนทางที่ให้คนเดินไปสู่ที่ต่างๆ หนทางนี้มีทั้งทางดีและทางไม่ดี แล้วแต่ผู้เดินนั้นจะเดินไปทางไหน ถ้าเดินไปทางที่ไม่ดี ผู้นั้นก็จะได้รับความลำบากต่างๆ ถ้าเดินไปทางดี ผู้นั้นก็จะได้รับความสุขสะดวกสบาย

      อนึ่ง มัคคปัจจัย นี้ เป็นสัมปาปกเหตุ คือเหตุที่ทำให้ถึง หมายความว่า เป็นยวดยานพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดก็ตาม ที่สามารถพาผู้โดยสารให้ไปถึงจุดหมายนั้นๆ ได้ ฉะนั้น ยานพาหนะนี้จึงชื่อว่าเป็นเหตุที่ทำให้ถึงหรือเป็นมัคคปัจจัย ข้อนี้ฉันใด มัคคปัจจัยนี้ก็เช่นเดียวกัน คือเจตสิกที่เป็นองค์มรรคที่เกิดขึ้นพร้อมกับจิต ได้แก่ ปัญญา, วิตก, สัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ, สัมมาอาชีวะ, วิริยะ, สติ, เอกัคคตา, ทิฏฐิ รวมเจตสิก ๘ ดวงนี้เป็นมัคคปัจจัยซึ่งเปรียบเหมือนยานพาหนะที่นำผู้โดยสาร อันได้แก่ จิตและเจตสิก ดวงอื่นๆ พร้อมทั้งรูปที่เกิดขึ้นพร้อมกับตนให้ไปถึงจุดหมายในที่ต่าง ๆ กันตามสมควรแก่ฐานะของยานนั้นๆ เจตสิกทั้ง ๙ ดวงนี้จึงนับว่าเป็นมัคคปัจจัย และเจตสิกที่เหลือนอกนั้นไม่นับเป็นมัคคปัจจัย แต่เป็นมัคคปัจจยุปบันและเจตสิก ๙ ดวงที่เป็นมัคคปัจจัยนี้ ต่างก็ทำหน้าที่เป็นปัจจัยและปัจจยุปบันซึ่งกันและกันได้ตามสมควร เช่น ในขณะหากุศลญาณสัมปยุตตจิตเกิดขึ้น เจตสิกที่เป็นมัคคปัจจัยได้ ๘ ดวง เว้นทิฏฐิออกเสีย ในเจตสิก ๘ ดวงนี้ เมื่อปัญญาเจตสิกเป็นปัจจัยเจตสิกที่เหลือ ๗ ดวงก็เป็นปัจจยุปบัน ดังนี้เป็นต้น

      ตามที่กล่าวมาแล้วว่า มัคคปัจจัย อันได้แก่ เจตสิกที่เป็นองค์มรรค ๔ ดวง มีอำนาจช่วยอุดหนุนนำสหชาตธรรมที่เกิดพร้อมกับตนให้ไปสู่ทุคติ สุคติ และนิพพานได้นั้น ข้อนี้เป็นกิจพิเศษแห่งอำนาจของมัคคปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสนธิเท่านั้น ส่วนกิจธรรมดาที่เป็นอยู่ตามปกติของมัคคปัจจัยก็คือ ช่วยอุดหนุนนำสหชาตธรรมที่เกิดพร้อมกับตนนั้นให้ไปสู่อารมณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับตนอย่างหนึ่ง และช่วยอุดหนุนแก่สหชาตธรรมที่เกิดพร้อมกับตนให้กระทำกิจไปตามหน้าที่ของตนๆ อย่างหนึ่ง

      ส่วนองค์มรรคที่ในวิปากจิตและกิริยาจิตนั้นทำหน้าที่ในกิจพิเศษ คือนำให้ไปสู่ทุคติสุคติ และนิพพานนั้นไม่ได้ เพียงแต่ทำหน้าที่ในกิจธรรมดา คือนำสหชาตธรรมที่เกิดพร้อมกับตนให้ไปสู่อารมณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับตนเท่านั้น เช่น ในกวังคจิต คือขณะที่นอนหลับหรือขณะที่จิตยังไม่ขึ้นสู่วิถีนั้น ภวังคจิตนี้ย่อมมีอารมณ์เป็นกรรม, กรรมนิมิต หรือคตินิมิต อย่างใดอย่างหนึ่งอยู่เสมอ ในการที่ภวังคจิตรับอารมณ์เหล่านี้ได้ ก็เพราะอาศัยอำนาจของเจตสิกที่เป็นมัคคปัจจัยนี่เองทำหน้าที่นำจิตและเจตสิกที่เหลือนั้นให้ไปสู่อารมณ์เหล่านั้นได้ องค์มรรคที่ในผลจิตซึ่งเป็นวิปากจิตก็เช่นเดียวกัน คือผลจิตนี้ย่อมมีนิพพานเป็นอารมณ์อยู่เสมอ ในการที่ผลจิตสามารถรับเอานิพพานเป็นอารมณ์นี้ได้ ก็อาศัยองค์มรรคที่ทำหน้าที่เป็นมัคคปัจจัยนั่นเอง

      องค์มรรคที่เกิดขึ้นในกิริยาจิตก็ทำนองเดียวกัน คือทำหน้าที่ได้เฉพาะแต่นำกิริยาจิตและเจตสิกที่เหลือนั้นให้ไปสู่อารมณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับตนเท่านั้น ส่วนองค์มรรคที่เกิดกับกุศลจิตและอกุศลจิตนั้น ทำหน้าที่ในกิจพิเศษและในกิจธรรมดาได้ทั้ง ๒ อย่าง ทำหน้าที่ในกิจพิเศษนั้นคือนำสหชาตธรรมนั้นให้ไปปฏิสนธิตามภูมิ คือทุคติภูมิและสุคติภูมิ และนำไปส่งให้พ้นสังสารวัฏคือนิพพาน ตามหน้าที่ขององค์มรรคนั้นๆ เช่น องค์มรรคที่เปีนอกุศล ก็นำธรรมที่เกิดร่วมกับตนนั้นให้ไปสู่ทุคติภูมิ องค์มรรคที่เป็นโลกียกุศลก็นำธรรมที่เกิดร่วมกันกับให้ไปสู่สุคติภูมิ ส่วนองค์มรรถที่เป็นโลกุตตรกุศลก็นำธรรมที่เกิดร่วมกับตนให้ค่อยๆ พ้นจากสังสารวัฏ จนกระทั่งถึงนิพพาน

      การนำสหชาตธรรมให้ไปสู่ภูมิต่างๆ และนิพพาน เหล่านี้เป็นการอุดหนุนโดยปริยายเท่านั้น หาใช่โดยตรงไม่ การนำส่งโดยตรงนั้นย่อมเป็นหน้าที่ของนานักขณิกกัมมปัจจัย ส่วนที่ทำหน้าที่ในกิจที่เป็นธรรมดานั้น คือองค์มรรคที่เกิดกับอกุศลจิตหรือกุศลจิตก็ตาม ย่อมทำหน้าที่นำอกุศลจิตและกุศลจิตพร้อมด้วยเจตสิกที่เหลือเหล่านั้นให้ไปสู่อารมณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับตนนั้น ๆ การนำส่งให้ไปสู่อารมณ์นี้ เป็นการนำส่งโดยตรง ไม่ใช่โดยปริยาย

      สรุปความว่า มัคคปัจจัยนี้ องค์มรรค ๘ ซึ่งได้แก่ เจตสิก ๙ ดวงที่กล่าวข้างต้นนั้น เป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่จิตและเจตสิกที่เกิดพร้อมกับตน พร้อมด้วยจิตตชรูปและปฏิสนธิกัมมชรูปให้เกิดขึ้นและให้ตั้งอยู่ได้โดยอำนาจของมัคคปัจจัยที่ทำหน้าที่ในกิจพิเศษอย่างหนึ่ง และทำหน้าที่ในกิจธรรมดาอย่างหนึ่ง ตามที่ได้อธิบายมาแล้ว


 

[full-post]

พระไตรปิฎก,มหาปัฏฐาน,อภิธรรมปิฎก,มัคคปัจจัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.