๓. วิจารณ์คำว่า “อตฺตมน”
อตฺตมน
ศัพท์ มีคำแปลว่า "ผู้มีใจเป็นของตน" แปลเอาความว่า "พอใจ"
คำแปลนี้เป็นคำแปลตามนัยโยชนาวินัยอรรถกถา (๒/ ๑๗๙)
โดยตั้งวิเคราะห์เป็นฉัฏฐีพหุพพีหิสมาสว่า
- อตฺตโน มโน ยสฺส โส - อตฺตมโน.
(ชโน) ใจของตนแห่งชนใดมีอยู่ เหตุนั้น ชนนั้นชื่อว่า
อตุตมน (ผู้มีใจเป็นของตน)*(1) สีลักขันธวรรค อภินวฎีกา
แก้คำนี้ไว้ว่า อตฺตมโนติ สกมโน.
สำเร็จรูปมาจาก อตฺต (ตน)+มน (ใจ) โดยมากนิยมแปลกันว่า
"ผู้มีใจเป็นของแห่งตน" ซึ่งเป็นคำแปลที่ไม่ตรงตามรูปวิเคราะห์
อีกนัยหนึ่ง มีคำแปลว่า "ผู้มีใจอันปีติและโสมนัสถือเอาแล้ว"
มีวิเคราะห์ว่า
- ปีติโสมนสฺเสหิ อตฺตํ คหิตํ มนํ
ยสฺสาติ-อตฺตมโน.
(ชโน) ใจของชนใดอันปีติและโสมนัสถือเอาแล้ว
คือจับแล้ว เหตุนั้น ชนนั้น ชื่อว่า อตฺตมน (ผู้มีใจอันปีติและโสมนัส ถือเอาแล้ว =
พอใจ) สำเร็จรูปมาจาก อตฺต (ถือเอาแล้ว)+มน (ใจ)
คำว่า อตฺต (ตน) ตามนัยแรกนั้นเป็นนามกิตก์ สำเร็จรูปมาจาก
อทฺ ธาตุ (กิน) + มนฺ ปัจจัย ในนามกิตก์
แปลงที่สุดธาตุเป็น ตฺ แปลง ม ของ มนฺ
ปัจจัยเป็น ต และลบ นฺ อนุพันธ์ ด้วยกัจจายนสูตรว่า ขฺยาทีหิ มนฺ ม จ โต วา. (กจฺ.
๖๒๗,
รูป. ๖๕๒) สำเร็จรูปเป็น อตฺต ในสันสกฤต ไม่ลบแต่ชดเชยด้วยการทีฆะต้นธาตุและเอาที่สุดธาตุเป็น
ต จึงมีรูปว่า อาตฺมนฺ (AaTmn!)(รูปบาลีที่ใกล้เคียงกับคำนี้คือ อาตุม >
อาตฺม-อาตุม (แทรก อุ)
มีวิเคราะห์ดังนี้
- ชาติชรามรณาทีหิ อทียเต ภกฺขียเตติ-อตฺตา.
ชื่อว่า อตฺต เพราะถูกทุกข์มีชาติ
ชราและมรณะ เป็นต้นเคี้ยวกิน
- สุขทุกฺขํ อทติ ภกฺขตีติ-อตฺตา.
ชื่อว่า อตฺต เพราะเคี้ยวกินสุขและทุกข์
คำว่าเคี้ยวกินในที่นี้ป็นภาษาเก่า
ได้แก่เสวยนั่นเอง ดังนั้นในมังคลัตถทีปนี ปฐมภาค หน้าที่ ๑๑๗ ท่านจึงตั้งวิเคราะห์ไว้อีกแบบหนึ่งว่า
- อทติ สุขทุกฺขํ อนุภวตีติ-อตฺตา.
ย่อมกิน คือเสวยสุขและทุกข์ เหตุนั้น ชื่อว่า อตฺต
อีกนัยหนึ่ง มาจาก อตฺต ธาตุ (ไปติดต่อ) + มนฺ ปัจจัย
มีคำแปลว่า ไปสู่สังสารทุกข์เนืองๆ (ได้แก่ จิตและ
อัตภาพ) ดังนี้ก็ได้ มีวิเคราะห์ว่า
- อตฺตติ ภวาภวํ ธาวนฺโต
ชาติชราทิเภทิ สํสารทุกฺขํ สตตํ คจฺฉติ ปาปุณาตีติ-อตฺตา.
ชื่อว่า อตฺต เพราะอรรถ
ว่าไป ได้แก่แล่นไปสู่ภพน้อยภพใหญ่ ถึง
คือประสพทุกข์ในสงสารต่างโดยชาติและชราเป็นต้นติดต่อกัน
คำว่า อตฺต
นอกจากแปลว่า ตน แล้ว ยังแปลว่า จิต หรือ อัตภาพ ได้อีก เช่น ปหิตตฺโต, ภาวิตตฺโต ซึ่งเคยแปลกันมาว่า "มีตนส่งไปแล้ว มีตนอันอบรมแล้ว"
ควรแปลว่า มีจิตส่งไปแล้ว, มีจิตอันอบรมแล้ว น่าจะถูกต้องกว่า อตฺต ศัพท์ที่เป็นนามกิตก์นี้เป็นปุงลิงค์อย่างเดียว
ส่วน อตฺต
ตามนัยที่สองเป็นกิริยากิตก์สำเร็จมาจาก อา บทหน้า+ทา ธาตุ (ให้)+ต ปัจจัย (มี อา
อยู่หน้า แปลว่า ถือเอา) รัสสะ อา เป็น อ แปลง ทา เป็น ตฺ สำเร็จรูปเป็น อตฺต
มีวิเคราะห์ว่า อาทียิตฺถาติ-อตฺโต. (อตฺตา, อตฺตํ.)
อตฺต ศัพท์ที่ลง ต
ปัจจัยในกิริยากิตก็นี้เป็นได้ทั้ง ๓ ลิงค์
คำว่า คหิตํ ในรูปวิเคราะห์เป็นคำไขของ อตฺตํ คือให้ แปล อตฺตํ ว่า
"ถูก...ถือเอาแล้ว"
อีกนัยหนึ่ง
อตฺต ศัพท์สำเร็จมาจาก อปฺ ธาตุ (บรรลุ, ถึง)+ต ปัจจัย แปลงที่สุดธาตุเป็น ตฺ
สำเร็จรูปเป็น อตฺต (เป็นได้ ๓ สิงค์) อตฺต ศัพท์ที่สำเร็จมาจาก อปฺ ธาตุ และ ต
ปัจจัยนี้ ต่างจากสองศัพท์แรก คือ จะมีอุปสัคนำหน้าเสมอ เช่น
ปริยตฺต
(ปริ+อตฺต) เล่าเรียนแล้ว, สามารถแล้ว ฯ
สมตฺต
(สํ+อตฺต) จบแล้ว, บริบูรณ์แล้ว ฯ
ปตฺต
(ป+อตฺต) บรรลุแล้ว, ถึงแล้ว เป็นต้น
ข้อสังเกต : รูปว่า
ปตฺต นี้ไม่ได้สำเร็จมาจาก ปทฺ ธาตุ (บรรลุ, ถึง)+ต
ปัจจัย เพราะถ้าเป็น ปทฺ ธาตุจะมีรูปว่า
ปนฺน เช่น นิปนฺโน, สมฺปนฺโน, อาปนฺโน เป็นต้น
(ธาตุที่ลงท้ายด้วย ทฺ ให้แปลงที่สุดธาตุกับ ต เป็น นฺน เช่น ภินฺน ภิทฺ+ต, ฉินฺน>ฉิทฺ+ต, ขินฺน>-ขิทฺ+ต เป็นต้น) ในสันสกฤตมีรูปที่เป็นทีฆะว่า ปฺราปฺต (ปฺร+อาปฺต) รูปว่า
สมฺปตฺต ก็เช่นกัน สำเร็จมาจาก สํ+ป+อตฺต ส่วนรูปว่า สมฺปนฺน สำเร็จมาจาก สํ+ปทฺ+ต

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ