สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ

ข้อวัตรปฏิบัติของคฤหัสถ์มีอะไรบ้าง

   ถาม ศาสนาพุทธกำหนดข้อวัตรปฏิบัติของภิกษุและสามเณรไว้แล้ว อยากทราบ ว่า ข้อวัตรปฏิบัติของคฤหัสถ์มีหรือไม่ ถ้ามีได้แก่อะไร นอกจากต้องมีศีล ๕ 

   ตอบ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่สาวก ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ ก็ทรงแสดงเพื่อการละการคลายจากบาปอกุศลทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการกระทำใดเป็นไป การหน่าย การคลาย การละอกุศลธรรมแล้ว การกระทำนั้น ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ สมควรกระทำทั้งสิ้น จริงอยู่คฤหัสถ์ควรมีศีล ๕ เป็นนิจ แต่ ธรรมที่ยิ่งกว่าศีล ๕ ที่คฤหัสถ์สามารถจะประพฤติให้ยิ่งขึ้นไปอีกนั้นก็ยังมีอยู่

   ในขุททกนิกาย สุตตนิบาต ธรรมิกสูตร ข้อ ๓๕๓ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงข้อวัตรปฏิบัติของคฤหัสถ์แก่ธรรมิกอุบาสกและเพื่อนอุบาสกอีก ๕๐๐ คนไว้ชัดเจน เริ่มด้วยคฤหัสถ์ควรรักษาศีล ๕ ก่อน จากนั้นก็รักษาศีลอุโบสถ ซึ่งใช้เวลารักษาชั่ววันหนึ่งคืนหนึ่งในวันอุโบสถซึ่งในปัจจุบันนี้ก็คือ วันขึ้น ๘ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ ขึ้น ๑๕ ค่ำ แรม ๑๕ ค่ำ ถ้าเดือนขาดก็แรม ๑๔ ค่ำ แล้วทรงแสดงการรักษาศีลอุโบสถที่ยิ่งกว่าปกติอุโบสถ ด้วยการให้รักษาปาฏิหาริยปักขอุโบสถ คือรักษาตลอดพรรษา ๓ เดือนติดต่อกัน ทุกวัน ถ้าไม่อาจรักษาได้ ก็ให้รักษาหลังจากออกพรรษาแล้ว ๑ เดือน ถ้ารักษาไม่ได้ ก็ให้รักษาเพียงครึ่งเดือน อย่างใดอย่างหนึ่ง

   นอกจากจะทรงสอนให้รักษาศีลให้สูงยิ่งขึ้นแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงสอนอุบาสกเหล่านั้นให้ถวายข้าวน้ำแก่ภิกษุสงฆ์ด้วยความเลื่อมใส ให้เลี้ยงมารดาบิดาด้วย ทรัพย์ที่หามาได้โดยชอบธรรม คือถ้ามีอาชีพค้าขาย ก็ให้ค้าขายสิ่งที่ไม่เป็นโทษ เว้น การค้าขาย ๕ อย่าง  คือค้าขายศัสตรา อาวุธ ค้าขายมนุษย์ ค้าขายเนื้อสัตว์ (ที่ได้ มาจากการฆ่าสัตว์ที่ตนเลี้ยงไว้) ค้าขายน้ำเมาคือสุราและเมรัย สิ่งเสพติดให้โทษทั้งหลาย และค้าขายยาพิษ 

   ผู้ที่เป็นคฤหัสถ์ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติของอุบาสก ในพระพุทธศาสนา ๕ ประการ คือเป็นผู้มีศรัทธาในพระรัตนตรัย ๑ มีศีลสมบูรณ์ ๑ ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว คือไม่เชื่อข่าวเล่าลือประเภทที่ว่า มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ เหลือเชื่อ เกิดขึ้นที่โน่นบ้าง ที่นี่บ้าง แล้วหลงเชื่อแตกตื่นกันไปสักการะ เคารพ บูชา ลืมว่าพระรัตนตรัยนี้ประเสริฐเหนือกว่าสิ่งที่เล่าลือกันนั้นทุกประการ ๑ ไม่แสวงหาบุญภายนอกศาสนา ๑ บำเพ็ญ บุญในพุทธศาสนานี้ ๑

   นี่เป็นข้อวัตรปฏิบัติของคฤหัสถ์เพื่อละอกุศล แต่ก็ยังไม่พ้นไปจากวัฏทุกข์ได้ เพราะฉะนั้นคฤหัสถ์บางท่านที่เห็นโทษของวัฏฏะ จึงเจริญความสงบคือสมถะ เพื่อข่มกิเลสให้บรรเทาลง และเจริญวิปัสสนาเพื่อดับกิเลสทั้งมวลเสีย เหมือนดั่งคฤหัสถ์ในสมัยพุทธกาลที่ได้เจริญวิปัสสนาจนบรรลุมรรคผล สามารถดับกิเลสได้ตามลำดับมรรคที่ตนได้ อาทิ เช่น นางวิสาขามหาอุบาสิกา และท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีทั้งสองท่านเป็นพระโสดาบัน นางเวฬุกัณฏกี ท่านจิตตคฤหบดี สองท่านนี้เป็นพระอนาคามี สันตติมหา อำมาตย์เป็นพระอรหันต์ ด้วยเหตุนี้ท่านต้องการจะเป็นคฤหัสถ์ประเภทใด ก็สุดแต่อัธยาศัยของท่านเถิด ในเมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงบอกทางเดินไว้ให้แล้ว...ฯ


[right-side]

วัตรปฏิบัติ,คฤหัสถ์,ปกิณกธรรม,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.