สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
อะไรเป็นปัจจัยให้เกิดรูปในขณะปฏิสนธิ
ถาม สัตว์ที่มีขันธ์ ๕ ครบถ้วน อะไรเป็นปัจจัยให้เกิดรูปในขณะปฏิสนธิ ปฏิสนธิวิญญาณใช่หรือไม่
ตอบ สัตว์ที่มีขันธ์ ๕ ครบถ้วน คือมีทั้งนามและรูปพร้อมอย่างมนุษย์เรา เป็นต้นนั้น รูปที่เกิดขึ้นในขณะปฏิสนธิ ได้แก่ กัมมชรูป คือรูปที่เกิดแต่กรรม กัมมชรูปนี้จะเกิดขึ้นพร้อมกับปฏิสนธิวิญญาณทีเดียว แต่กัมมชรูปมิได้มีปฏิสนธิวิญญาณ เป็นเหตุให้เกิด ก็ปฏิสนธิวิญญาณนั้นเป็นวิบากจิต คือเป็นจิตที่เป็นผลของกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมที่ทำหน้าที่นำเกิดในภพใหม่ ก็กุศลกรรมหรืออกุศลกรรมที่เป็นชนกกรรม นำเกิดนี้แหละที่เป็นปัจจัยแก่กัมมชรูปและปฏิสนธิวิญญาณด้วย แต่จะเกิดขึ้นกี่รูปก็แล้วแต่คติและกำเนิดของสัตว์นั้น เช่น เกิดเป็น มนุษย์ กัมมชรูปที่เกิดในขณะแรกจะมีเพียง ๓ กลาป นับจำนวนรูปได้ ๓๐ รูป มนุษย์ นั้นเป็นคัพภเสยยกะกำเนิด คือเกิดในครรภ์ ถ้าเกิดเป็นสัตว์นรกหรือเทวดา เป็นโอปปาติกะกำเนิด ก็จะมีรูปถึง ๗ กลาป เป็นจำนวนรูป ๗๐ รูป เกิดขึ้นพร้อมกับปฏิสนธิวิญญาณ แต่ถ้าเป็นพวกรูปพรหม แม้จะเป็นโอปปาติกะกำเนิดก็ตาม ก็จะมีรูปเกิดในขณะแรกเพียง ๔ กลาป เป็นจำนวนรูป ๓๙ รูป ส่วนอรูปพรหมนั้นมิใช่สัตว์ที่มีขันธ์ ๕ แต่เป็นสัตว์มีขันธ์ ๔ คือมีเฉพาะแต่นามขันธ์ ๔ จึงไม่มีรูปใดๆ เกิดขึ้นเลย ส่วนสัตว์ที่เป็นสังเสทชะกำเนิด ก็จะมีรูปที่เกิดจากกรรมในขณะแรกปฏิสนธิ ๗ กลาป เป็นจำนวนรูปถึง ๗๐ รูป สำหรับสัตว์ที่เกิดด้วยอัณฑชะกำเนิดคือเกิดในไข่ เช่น นก เป็นต้น ก็จะมีรูปที่เกิดจากกรรมเกิดขึ้นในขณะแรก ๓ กลาป เป็นจำนวน ๓๐ รูป เท่ากับมนุษย์เหมือนกัน สรุปว่า สัตว์ที่มีขันธ์ ๕ นั้น กรรมที่นำเกิดเป็นปัจจัยให้เกิดรูปในขณะปฏิสนธิ ไม่ใช่ปฏิสนธิวิญญาณาแน่นอน
ในอภิธรรมท่านกล่าวว่า อดีตกรรม คือกรรมที่ทำแล้ว เป็นปัจจัยให้เกิด
วิบาก คือปฏิสนธิวิญญาณ และปวัตติวิญญาณพร้อมทั้งกัมมชรูป ด้วยอำนาจของนานักขณิกกัมมปัจจัย ส่วนปฏิสนธิวิญญาณเป็นสหชาตปัจจัยเป็นต้นแก่กัมมชรูปในขณะปฏิสนธิ เพราะเกิดพร้อมกัน แต่ปฏิสนธิวิญญาณกับหทยวัตถุรูป อันเป็นกัมมชรูปเหมือนกัน นอกจากจะเกิดขึ้นพร้อมกันแล้ว ยังต่างอาศัยกันและกันเกิดขึ้นด้วยอำนาจของสหชาตนิสสยปัจจัยและอัญญมัญญปัจจัยเป็นต้นด้วย
----------------
ขออนุญาต เสริมต่อจากท่านอาจารย์
ปัจจัยที่ทำให้เกิดรูปในขณะปฏิสนธิ (เป็นปัจจัยแก่ปฏิสนธิกัมมชรูป) พอจะนึกได้ในขณะนี้ คือ...
- กลุ่มปัจจัยที่เป็นอดีต ได้แก่ อดีตกรรม (เจตนาใน อกุศลจิต ๑๑ เว้นเจตนาในอุทธัจจะฯ, เจตนาในกามาวจรกุศลจิต ๘ ) (บางแห่งกล่าวว่า รูปกุศลเจตนา ๕ ก็สร้างกัมมชรูปได้ด้วย คือ จักขุทสกกลาป,โสตทสกกลาป,หทยคือวัตถุทสกกลาป,ชีวิตนวกกลาป / ข้อนี้ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าใดนัก เพราะรูป เป็นกามธรรมอย่างเดียว ควรเป็นเจตนาในกามจิตเท่านั้นสร้าง ไม่ใช่เจตนาในรูปาวจรจิตสร้าง และเจตนาในรูปาวจรกุศล มีหน้าที่ตัดวิบากของกามาวจรธรรมเท่านั้น ไม่มีหน้าที่สร้างกามาวจรธรรม) เจตนากรรมในอดีต จึงเป็นปัจจัยแก่ปฏิสนธิกัมมชรูปได้ ด้วยอำนาจ "นานากขณิกกัมมปัจจัย" ฯ
- เจตนาที่จะได้ชื่อว่า "กรรม" (อภิสังขาร, กัมมภวะ) ได้นั้น ต้องมีอวิชชา ตัณหา เป็นปัจจัยให้ เพราะถ้าไม่มีอวิชชาหรือตัณหาเป็นปัจจัยให้แล้ว กรรมนั้นก็ก่อวิบากคือปฏิสนธิจิตและกัมมชรูปไม่ได้ เพราะฉะนั้น อวิชชา - ตัณหา จึงเป็นปัจจัยแก่กัมมชรูปในขณะปฏิสนธิกาลได้ ด้วยอำนาจ "ปกตูปนิสสยปัจจัย"
- อนึ่ง ธรรมที่สัมปยุตกับเจตนากรรมในอดีต คือ อกุศลจิต, มหากุศลจิต ๘ (อดีตกัมมวิญญาณ) และเจตสิกที่ประกอบทั้งหมด ก็เป็นปัจจัยแก่ปฏิสนธิกัมมชรูปได้ ด้วยอำนาจ ปกตูปนิสสยปัจจัย
- ในขณะปฏิสนธิ ปัญจโวการปฏิสนธิจิต ๑๕ และเจตสิกที่ประกอบ ๓๕ (ตามสมควร) ก็เป็นปัจจัยแก่ปฏิสนธิกัมมชรูปได้ โดยปัจจัยกลุ่มสหชาตชาติไม่น้อยกว่า ๑๓ ปัจจัย ได้แก่ สหชาตชาติใหญ่ ๔ คือ สหชาต, สหชาตนิสสย, สหชาตัตถิ, สหชาตอวิคต / ชาติกลาง ๓ คือ อัญญมัญญะ,วิปาก,วิปปยุต, / ชาติเล็กอีก ๖ คือ เหตุ, สหชาตกัมม,นามอาหาร,สหชาตินทริย, ฌาน, มัคคปัจจัย
(ในกัมมชรูปเอง ก็เป็นปัจจัยแก่กันได้ เช่น มหาภูตรูป ๔ ก็เป็นปัจจัยแก่ มหาภูตรูป และอุปาทายรูป, ชีวิตรูป ก็เป็นปัจจัยแก่กัมมชรูปอื่น ๆ ที่อยู่ในกลาปเดียวกันกับตน...)
[right-side]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ