สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ

ทําอย่างไรจึงจะมีปัญญา

   ถาม ทำอย่างไรจึงจะเป็นคนมีปัญญา เพราะรู้สึกว่าตัวเองโง่อยู่มาก 

   ตอบ พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่รู้ว่ายังโง่อยู่นั้น ย่อมมีโอกาสที่จะเป็นคนฉลาด มีปัญญาได้ แต่ถ้าหลงว่าตนเองฉลาดเสียแล้ว ก็เห็นจะฉลาดจริงๆ ได้ยาก สำหรับการ จะให้เกิดความฉลาดคือมีปัญญานั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน ปัญญาวุฑฒิสูตร อง, จตุกนิบาต ข้อ ๒๔๘ ว่า ธรรมสี่ประการที่เป็นไปเพื่อความเจริญปัญญา คือ

   ๑. สัปปุริสังเสวะ การคบสัตบุรุษ

   ๒. สัทธัมมัสสวนะ การฟังพระสัทธรรม

   ๓. โยนิโสมนสิการะ การทำไว้ในใจโดยแยบคาย 

   ๔. ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม

   ซึ่งธรรม ๔ ประการนี้ตรงกับองค์ ๔ ของผู้เข้าถึงกระแสนิพพาน คือองค์สี่ของ ผู้ที่จะบรรลุเป็นพระโสดาบัน ผู้ที่ต้องการจะเป็นพระโสดาบัน ก็ต้องเป็นผู้เจริญยิ่งด้วยปัญญา จึงจะสามารถเจริญมรรคมีองค์ ๘ จนบรรลุโสดาปัตติมรรค เป็นพระโสดาบันได้ ลองพิจารณาดูเถิด สัตบุรุษคือบุคคลผู้สงบจากกิเลสนั้นมีตั้งแต่บุคคลที่สงบจากกิเลสโดยสิ้นเชิงอย่างพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย บุคคลที่สงบจากกิเลสบางส่วนอย่างพระอริยบุคคลเบื้องต่ำ ๓ จำพวกคือ พระอนาคามี พระสกทาคามีและพระโสดาบัน อย่างปุถุชนคนธรรมดาที่เป็นกัลยาณปุถุชน ตั้งตนอยู่ในศีลในธรรม ผู้ที่ต้องการเจริญปัญญาต้องคบหากับท่านผู้นี้ ในการคบหานี้ก็มิได้คบหาด้วยการติดตาม ไปไหนมาไหนกับท่านเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสนใจในธรรมที่ท่านชี้แจงแสดงให้ฟังด้วย ฟังแล้วก็นำมาพิจารณาว่า เป็นความจริงหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ เมื่อเห็นว่าเป็นความจริง ถูกต้อง ก็นำมาประพฤติปฏิบัติด้วยตนเอง ฟังมาก พิจารณามาก ปฏิบัติตามมาก แน่นอน ปัญญาย่อมเกิด ยิ่งกว่านั้นถ้าในการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อออกจากทุกข์ คือการเจริญมรรคมีองค์ ๘ แล้ว ท่านย่อมหวังผลได้ว่า ท่านจะเข้าถึงกระแสของพระนิพพานในวันหนึ่งแน่นอน

[right-side]

ปกิณกธรรม,ปัญญา

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.