ต้นไม้และพืชมีชีวิตจริงหรือ
ถาม เพราะอะไรคนในสมัยโน้นจึงเข้าใจว่าต้นไม้และพืชมีชีวิต จนเป็นเหตุให้ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติการเข้าพรรษาแก่ภิกษุสงฆ์ในระหว่างฤดูฝน อยากทราบว่าต้นไม้ และพืชมีชีวิตจริงหรือ
ตอบ ความจริงเรื่องของความเข้าใจว่า ต้นไม้มีชีวิตนั้น มิได้มีแต่ในสมัยโน้น แม้ในสมัยนี้ก็ยังมีคนเข้าใจเช่นนั้นอยู่มิใช่น้อย ที่จริงแล้วสิ่งใดมีชีวิตสิ่งนั้นจะต้องมีรูปชีวิต และนามชีวิตเป็นผู้รักษาชีวิตไว้ สิ่งที่เกิดแต่กรรม คือคน สัตว์ ตลอดจนเทวดาและพรหมเท่านั้นที่มีชีวิตรักษาอยู่ ถ้าเกิดในภูมิที่มีขันธ์ห้าก็มีทั้งรูปชีวิตและนามชีวิต รูปชีวิต นั้น รักษารูปที่เกิดแต่กรรม คือรูปที่กรรมสร้างขึ้น นามชีวิตก็รักษาเฉพาะนาม คือจิตและเจตสิกที่เรารวมเรียกกันว่าใจนั่นเอง คนเรานั้นมีทั้งรูป ทั้งนามพร้อม ครบขันธ์ห้า จึงมี ชีวิตทั้คืองสองอย่างรักษาไว้ แม้สัตว์และเทวดาพรหมที่มีขันธ์ห้าก็เช่นเดียวกันกับมนุษย์ ส่วนพรหมที่มีแต่รูปที่เรียกว่าอสัญญสัตตพรหมก็มีเพียงรูปชีวิตรักษาอยู่ พรหมที่มีแต่นาม ที่เรียกว่าอรูปพรหม คือพรหมที่ไม่มีรูป ก็มีเฉพาะแต่นามชีวิตรักษาอยู่เท่านั้น สรุปแล้วขึ้นชื่อว่าสัตว์มีชีวิตจะต้องมีรูปชีวิตและนามชีวิตรักษาอยู่จึงจะดำรงชีวิตอยู่ได้ ส่วนต้นไม้นั้นมิได้เกิดจากกรรม คือกรรมมิได้ทำให้ต้นไม้เกิด ต้นไม้ทำบุญทำบาปไม่ได้ บุญบาปจึงมิได้ทำให้ต้นไม้เกิด แต่ต้นไม้เกิดจากอุตุ คือความเย็น ความร้อน ที่เหมาะสม เมื่อเกิดขึ้น คืองอกขึ้นแล้วก็อาศัยอุตุนั้นแหละช่วยให้เจริญเติบโตขึ้น ปุ๋ยและ น้ำเป็นปัจจัยช่วยให้ต้นไม้เติบโตเร็วขึ้น แต่ทั้งในปุ๋ยและน้ำนั้นก็มีเตโชธาตุ คือความเย็น ความร้อน รวมอยู่ด้วย ในอรรถกถาเหตุสูตร สํ. ขันธวารวรรค กล่าวว่า ที่คนทั้งหลาย สำคัญว่าพืชมีชีวิตนั้น เป็นเพราะเขาเห็นว่า พืชนั้นงอกงามเจริญเติบโตได้ งอกขึ้นเองได้ เป็นต้น หรือถ้าปลูกอยู่ในร่มเงาของบ้านหรือต้นไม้ใหญ่ มันจะทอดกิ่งออกไปรับแสงอาทิตย์ ซึ่งแสดงว่ามันต้องอาศัยอุตุนั่นเอง ไม่ใช่เพราะมันมีชีวิตหรอก ขอให้นึกถึงพระพุทธพจน์ ที่ว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมนำเกิด ส่วนพืชและต้นไม้นั้นหามีกรรมนำเกิดไม่ จึงไม่ใช่ สิ่งมีชีวิต
*รูปขันธ์ของอสัญญสัตตพรหม ๑๗ ชนิด เกิดจากสมุฏฐาน ๒ คือ กรรมสมุฏฐาน และ อุตุสมุฏฐาน
- รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน (สมุฏฐานิกรูป) นั้น มีชีวิตรูป (ชีวิตินทรีย์) เป็นเครื่องรักษา, และมีกัมมวิญญาณพร้อมทั้งสัมปยุตตธรรมในอดีต(รูปปัญจมฌานสัญญาวิราคภาวนา) ด้วย เป็นเครื่องรักษา ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย
- รูปที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน อาศัยกัมมวิญญาณ และสัมปยุตตธรรมในอดีต เป็นเครื่องรักษาให้ดำรงอยู่ได้ ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย ฯ
* นามขันธ์ ๔ ของพวกอรูปพรหม มีชีวิตินทรีย์เจตสิก รักษาด้วย, และมีกัมมวิญญาณพร้อมกับสัมปยุตตธรรมในอดีต (อรูปฌานกุศล ๔ และเจตสิกที่ประกอบ แล้วแต่อรูปฌานที่ตนได้) เป็นเครื่องรักษา ด้วยอำนาจปกตูปนิสสยปัจจัย ฯ
[right-side]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ