สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
สติทั่วไปกับสติปัฏฐานต่างกันอย่างไร?
สติปัฏฐาน มีการป้องกันวิปลาส คือ ความเห็นคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง 4 ประการ คือ
- สุภวิปลาส ความเห็นคลาดเคลื่อนว่างาม 1
- สุขวิปลาส ความเห็นคลาดเคลื่อนว่าเป็นสุข 1
- นิจจวิปลาส ความเห็นคลาดเคลื่อนว่าเที่ยง 1
- อัตตวิปลาส ความเห็นคลาดเคลื่อนว่าเป็นอัตตา 1
โดยเรียกรวมว่า สติปัฏฐาน 4 คือ
- สติที่เข้าไปตั้งไว้ที่กาย เป็นไปกับการพิจารณากาย เรียกว่า กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน 1
- สติที่เข้าไปตั้งไว้ที่เวทนา เป็นไปกับการพิจารณาเวทนา เรียกว่า เวทนานุปัวสนาสติปัฏฐาน 1
- สติที่เข้าไปตั้งไว้ที่จิต เป็นไปเพื่อพิจารณาจิต เรียกว่า จิตตานุปัสสนาสติป้ฏฐาน 1
- สติที่เข้าไปตั้งไว้ที่ธรรม เป็นไปเพื่อพิจารณาธรรม เรียกว่า ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน 1
เมื่อสติดังกล่าวป้องกันวิปลาสไม่ให้อิงอาศัยธรรม 4 อย่าง มี กายเป็นต้น ตัณหาก็ขาดอาหารคือวิปลาส ก็เกิดขึ้นครอบงำการปฏิบัติไม่ได้ ดังนั้นการปฏิบัติจึงกล่าวได้ว่า มีสติปัฏฐาน 4 เป็นเบื้องต้น มี วิปัสสนาเป็นท่ามกลาง มีพระอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ 8 เป็นที่สุด พูดง่ายๆ ว่า การปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ทั้งปวงนี้ ที่จะเว้นไปจากการเจริญสติปัฏฐานนี้หามีไม่ เพราะฉะนั้น ย่อมกล่าวได้ว่า การเจริญสติปัฏฐานเป็นอุบายดับทุกข์ทั้งปวง ข้อนี้ก็สมจริงตามที่ตรัสสรรเสริญอานิสงส์ของสติปัฏฐานไว้ใน มหาสติปัฏฐานสูตร(ที.มหา. 10/321, ม.มู. 12/90)ว่า
" เอกายโน อยํ ภิกขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา." แปลว่า " ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย มรรคนี้เป็นทางสายเดียว เพื่อความหมดจดแห่งสัตว์ทั้งหลาย เพื่อความก้าวล่วงเสียได้ ซึ่งความเศร้าโศกร่ำให้รำพัน เพื่อความดับเสียได้ ซึ่งความทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม (ธรรมที่ควรรู้ คือ พระอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง มรรคนี้คืออันใดเล่า คือ สติปัฏฐาน 4 นั่นแล."
คัมภีร์นิสสยะ อักษรปัลลวะ อักษรส่งหล อักษรขอม กล่าวแจงรายละเอียดดังนี้ :-
จริตของวิปัสสนากรรมฐาน มี 2 คือ ตัณหาจริต และทิฏฐิจริต โดยจริตแบ่งย่อยตามสติปัฏฐาน 4 ดังนี้
1. บุคคลตัณหาจริตกล้าปัญญาน้อย เหมาะกับกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน มีการป้องกันสุภวิปัลลาสเป็นประธาน
2. บุคคลที่ตัณหาจริตอ่อนปัญญากล้า เหมาะกับเวทนานุปัสสนาสติปัฎฐาน มีการป้องกันสุขวิปัลลาสเป็นประธาน
3. บุคคลทิฏฐิจริตกล้าปัญญาน้อย เหมาะกับจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน มีการป้องกันนิจจวิปัลลาสเป็นประธาน
4. บุคคลทิฏฐิจริตอ่อนปัญญากล้า เหมาะกับธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน มีการป้องกันอัตตวิปัลลาสเป็นประธาน
เหตุที่จริตทั้งสอง และสติปํฏฐาน 4 มีความเหมาะสมกันดังกล่าว ก็เพราะว่า สัตว์บุคคลจะเห็นว่า
1. งามในกายเป็นประมาณ
2. เป็นสุขในเวทนาเป็นประมาณ
3. เที่ยงในจิตเป็นประมาณ
4. เป็นอัตตาในธรรมเป็นประมาณ
เหตุที่สติทั่วไปต่างกับสติปัฏฐาน ก็เพราะสติเป็นโสภณสาธารณะเจตสิก ย่อมเกิดได้กับจิตฝ่ายดีทุกประเภท ทั้งที่เป็นญาณวิปยุต และที่เป็นญาณสัมปยุต ส่วนวิปัสสนาญาณเป็นสัมปยุตแน่นอน ดังนั้นวิเสสลักขณะของสติทั่วไปกับของสติปัฏฐานจึงต่างกันดังนี้
วิเสสลักขณของสติทั่วไป
1. มีความไม่เลื่อนลอยเป็นลักษณะ
2. มีความไม่หลงลืมเป็นกิจ
3. มีความระมัดระวังเป็นผลปรากฏ
4. มีความจำได้แม่นเป็นเหตุใกล้
วิเสสลักขณะของสติปัฏฐาน
1. มีการกำหนดเป็นลักษณะ
2. มีการเกื้อต่อสัมปชัญญะเป็นกิจ
3. มีการรั้งจิตให้ตั้งอยู่ในกรรมฐานเป็นผลปรากฏ
4. มี กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นเหตุใกล้
คัมภีร์นิสสยะ อักษรมอญ อักษรพม่า อักษรธรรมล้านนา อักษรธรรมล้านช้าง และอักษรโรมัน ขยายความเพิ่มเติมว่า อารมณ์ของสติปัฏฐาน มี กาย เวทนา จิต ธรรม ปรากฏแยกเป็นนามรูป กระจายฆนสัญญา(ความสำคัญว่าเป็นกลุ่มก้อน) เหมือนบ้านที่ถูกแยกออกเป็นส่วนๆ ความสำคัญว่าเป็นบ้านก็เกิดขึ้นไม่ได้ ในวิปัสสนาญาณแรก คือ นามรูปปริจเฉทญาณ ก็ด้วยกำลังการกำหนดแยกของสติปัฏฐานนั่นเอง
--------------------
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ