สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
การที่กล่าวว่า "สติสัมปชัญญะ เป็นสิ่งจำปราถนาในกิจทั้งปวงนั้น"
ถามว่า สติเป็นไฉน สัมปชัญญะเป็นไฉน?
ตอบว่า สติเป็นความระลึกได้ สัมปชัญญะเป็นความรอบคอบ (สมฺปชานาตีติ สมฺปชญฺญํ.อฏฺฐสาลินี.100)
ถามว่าความรอบคอบ(สัมปชัญญะ) มีกี่อย่าง
ตอบว่ามี4อย่าง(ปปัญจสูทนี 1/349) คือ :-
1. สาตถกสัมปชัญญะ ความรอบคอบในการจัดการประโยชน์แห่งกิจนั้นๆ
2. สัปปายสัมปชัญญะ ความรอบคอบในการจัดการความเหมาะสมแห่งกิจนั้นๆ
3. โคจรสัมปชัญญะ ความรอบคอบในการบริหารเรื่องแห่งกิจนั้นๆ
4. อสัมโมหะสัมปชัญญะ ความรอบคอบในการบริหารประเด็นแห่งกิจนั้นๆ
ถามว่า สติสัมปชัญญะ เป็นสิ่งจำปรารถนาในกิจทั้งปวงได้อย่างไร?
ตอบว่า เพราะปิดกั้น ความเสียหาย และความผิดพลาด ในกิจทั้งปวง
กล่าวคือ ถ้ากิจใดจัดการให้มีทั้งประโยชน์ทั้งความเหมาะสมได้ ความเสียหายก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าจัดการขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไป ก็จะเป็นดังที่สุภาษิตไทยเรียกว่า"ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ" นั้นเอง ถ้าบริหารให้ถูกทั้งเรื่องทั้งประเด็น ความผิดพลาดก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าผิดอย่างหนึ่งอย่างใดไป ก็จะเป็น ดังสุภาษิตไทยที่เรียกว่า " เกาไม่ถูกที่คัน " นั่นเอง
ถามว่า ความรอบคอบ (สัมปชัญญะ) โดยสภาวะเป็นปัญญาที่บริหารจัดการกิจต่างๆใช่หรือไม่
ตอบว่า ใช่
ถามว่า ในบรรดาปัญญาทั้ง 3 ประเภท คือ สุตมยปัญา1 จินตามยปัญญา 1 ภาวนามยปัญญา 1 สัมปชัญญะ จัดเป็นปัญญาประเภทไหน?
ตอบ เป็น ประเภท จินตามยปัญญา
ถามว่า ปัญญาทั้ง 3 ประเภท ทำงานเนื่องกันอย่างไร?
ตอบว่า เป็นเหมือนว่าเราจะทำธุระกับบุคคลต่างถิ่นที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย(=กิจ) เราก็จำเป็นต้องเรียนรู้ลักษณะหน้าตาท่าทางตลอดจนชื่อของเขาจากคนที่รู้(=สุตมยปัญญา) ครั้นพอไปถึงเราพิจารณาลักษณะหน้าตาท่าทางและถามชื่อเขาแล้วก็ทราบได้ว่าเป็นเขา(=จินตามยปัญญา) ได้เจรจากับเขาสักพักก็เกิดความคุ้นเคยขึ้น ต่อจากนั้นไป ก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยลักษณะหน้าตาท่าทางและชื่อของเขาอีกเลยมุ่งแต่จะให้ธุระสำเร็จ(=ภาวนามยปัญญา)

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ