นักเรียนทุน

..............................................

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีเจตนาถวายกำลังใจพระ

ให้มีอุตสาหะรักษาวิถีชีวิตสงฆ์

..............................................

บรรพชิตคือนักบวชในศาสนาต่างๆ ไม่ได้เป็นบรรพชิตมาตั้งแต่เกิด

เฉพาะบรรพชิตในพระพุทธศาสนา คือภิกษุภิกษุณี เป็นบรรพชิตได้ก็โดยพุทธานุญาต กล่าวคือ เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วทรงแสดงธรรมคือแสดงทางปฏิบัติเพื่อดับทุกข์ ผู้ฟังธรรมเกิดศรัทธาเลื่อมใสประสงค์ดำเนินตาม คือถือเพศเป็นบรรพชิตตามอย่างพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาต จึงเกิดเป็นบรรพชิตขึ้นในพระพุทธศาสนา

โปรดจับหลักนี้ไว้ให้ดี-คือสมัครใจถือเพศเป็นบรรพชิตก็เพื่อปฏิบัติดำเนินไปสู่ความพ้นทุกข์

ฝ่ายผู้ฟังอีกส่วนหนึ่ง ฟังแล้วก็เลื่อมใสเช่นกัน แต่ยังไม่พร้อมที่จะออกบวชจะด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม เมื่อเห็นผู้ที่ออกบวชก็มีน้ำใจอนุโมทนาสนับสนุนด้วยปัจจัยเพื่อการดำรงชีพ 

พูดง่ายๆ ใครที่บวชก็บวชไป ไม่ต้องห่วงเรื่องทำมาหากิน คนที่ยังไม่บวชจะช่วยสงเคราะห์ให้ ขอให้ตั้งใจมุ่งหน้าปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ไปเถิด

ระบบการทำบุญถวายทานในพระพุทธศาสนาจึงมีกำเนิดมาจากจุดนี้-คือคนที่ไม่ได้บวชส่งกำลังบำรุงคนที่บวชเพื่อให้มีกำลังปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์

พยานมีอยู่ในคำขอบวชแบบเก่าที่มีคำว่า -

................................................

นิพฺพานสจฺฉิกรณตฺถาย เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน

ทุกฺขนิสฺสรณตฺถาย เพื่อการสลัดออกจากทุกข์

................................................

อุปมาการปฏิบัติดำเนินเพื่อพ้นทุกข์เหมือนเป้าหมายของการศึกษา

ภิกษุสงฆ์เหมือนผู้เข้ารับการศึกษา

อุบาสกอุบาสิกาชาวบ้านเหมือนผู้ให้ทุนการศึกษา

พระภิกษุสามเณรที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้จึงเป็นผู้ที่สมัครรับทุนการศึกษาโดยมีชาวบ้านเป็นผู้ให้ทุนการศึกษาด้วยการอุปถัมภ์บำรุง

ที่เราถือกันว่าพระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญ การอุปถัมภ์บำรุงพระสงฆ์เป็นบุญ ก็ด้วยเหตุผลเช่นนี้

ธรรมดาผู้ได้รับทุนการศึกษามีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบที่กองทุนการศึกษากำหนดไว้ หน้าที่อันเป็นพื้นฐานก็คือต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้สำเร็จตามเป้าหมาย

พระสงฆ์สามเณรก็เช่นเดียวกัน เมื่อบวชเข้ามาแล้วมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระธรรมวินัยเพื่อให้บรรลุผลของการบวช นั่นคือ -

นิพฺพานสจฺฉิกรณตฺถาย เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน 

ทุกฺขนิสฺสรณตฺถาย เพื่อการสลัดออกจากทุกข์

จะทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ไม่มีใครว่าอะไร 

อีกกี่ปีกี่ชาติจึงจะสำเร็จ ก็ไม่มีใครว่าอะไร

ทำไม่ไหว จะถอยออกมา ก็ไม่มีใครว่า

แต่เมื่อยังอยู่ ขอให้ทำ จะมากจะน้อยก็ขอให้ตั้งใจทำ

ทำไป ยังไม่สำเร็จ ก็ไม่มีใครคาดโทษเอาผิดอะไรเลย

จึงทำไปได้ด้วยความสบายใจอย่างยิ่ง ไม่มีใครกดดัน

เพียงแต่ขอให้ทำ

และขอให้ตั้งใจทำ

ขอแค่นี้เท่านั้น

แต่จะอ้างว่า อาตมาเป็นปุถุชน อาตมาบวชเข้ามาไม่ได้หวังมรรคผลนิพพาน อย่างนี้ไม่ถูก

เวลานี้ได้ยินอ้างว่า พระธรรมวินัยเป็นของที่บัญญัติไว้ตั้งสองพันห้าร้อยปีมาแล้ว จะให้ทำได้เป๊ะๆ คงจะไม่ไหว สังคมมันต่างยุคต่างสมัยกัน บางอย่างก็ต้องอนุโลม

ตั้งใจทำจริง ไม่ละไม่ทิ้ง ไม่ล่วงละเมิด

แต่มันก็พลาดพลั้งกันไปบ้างเป็นธรรมดาของปุถุชน 

พลาดไปบ้างก็รีบกลับมาตั้งหลักใหม่อีก - 

อย่างนี้ สมควรช่วยกันอนุโมทนาถวายกำลังใจ 

และให้ทุนกันต่อไป

แต่ประเภทตั้งหน้าตั้งตาอนุโลมกันไปเสียทุกเรื่อง

จนเวลานี้ชาววัดแทบจะเหมือนชาวบ้านเข้าไปทุกเรื่อง - 

อย่างนี้ คนที่ให้ทุนการศึกษากำลังใจตกขอรับ

-------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๕ มีนาคม ๒๕๖๖

๑๓:๑๘

[full-post]

นักเรียนทุน

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.