Sompob Sanguanpanich
ธรรม ๕ ประการที่ตรัสสอน
...
พระผู้มีพระภาคตรัสถึงแนวทางการปฏิบัติต่อการบรรลุเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ กล่าวคือ อรหัตผล ๕ ประการ คือ
(๑) อสุภานุปสฺสี กาเย วิหรติ
พิจารณาเห็นว่ากายนี้ไม่งามเป็นปกติอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน
(๒) อาหาเร ปฏิกฺกูลสัญญี
หมายใจว่าอาหารเป็นของปฏิกูลอยู่เสมอ
(๓) สพฺพโลเก อนภิรตสญฺญี
หมายใจว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรน่ายินดี
(๔) สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสี
พิจารณาเห็นว่าสังขารทั้งสิ้นไม่ยั่งยืน
(๕) มรณสญฺญา อชฺฌตฺตํ สูปติฏฺฐิตา
ปลูกฝังความเห็นว่าจักต้องตายไว้ในใจให้พร้อม
ภิกษุควรพิจารณา ๕ ประการเหล่านี้ให้มากๆ
เพราะมีเจโตวิมุตติ (การหลุดพ้นจากกิเลสด้วยอำนาจสมาธิกล่าวคือ ได้แก่ บรรลุฌาน)
และ
ปัญญาวิมุตติ (การหลุดพ้นจากกิเลสด้วยการกำจัดอวิชชา ทำให้บรรลุอรหัตผลและทำให้เจโตวิมุตติ เป็นเจโตวิมุตติที่ไม่กำเริบ กลับกลายได้อีกต่อไป)
เป็นผล
เป็นผลานิสงส์
ครั้นปฏิบัติจนเป็นผู้มีเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติแล้ว
จึงควรขนานนามท่านเหล่านั้นว่า
อุกฺขิตตปลิฆะ ถอนลิ่มสลักคืออวิชชาขึ้นได้
สังกิณณปริขะ รื้อเครื่องแวดล้อมคือชาติสังสาระ (กล่าวคือ บุญและบาปอันเป็นเหตุแห่งสังสารวัฏ) อันเป็นเหตุให้เกิดใหม่
อัพพูฬเหสิกะ ถอนเสาระเนียดคือตัณหาขึ้นได้
นิรัคคฬะ ถอดกลอนคือโอรัมภาคิยสังโยชน์ (สังโยชน์เบื้องต่ำคือกามราคสังโยชน์ สักกายทิฏฐิสังโยชน์ วิจิกิจฉาสังโยชน์ สีลัพพตปรามาสสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์)ได้
อริยะ ไกลจากข้าศึกคืออัสมิมานะ
ปันนัทธชะ ปลดธงคือมานะลงได้
ปันนภาระ ปลงภาระคือขันธภาระ กิเลสภาระ และอภิสังขารภาระ ลงได้
วิสังยุต ไม่ประกอบด้วยวัฏฏะกล่าวคือโยคะ ๔ (กิเลสเครื่องร้อยรัด) และกิเลสทั้งปวง
...
เพราะอวิชชา ตัณหา มานะและสังขารทั้งปวงที่ตรัสเรียกว่า ลิ่ม เครื่องแวดล้อม กลอน อัสมิมานะ เหล่านั้น
- เป็นอันละได้แล้ว
-ถอนรากขึ้นแล้ว
-ทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน
-ทำไม่ให้มี
-ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา
ด้วยการตั้งธรรม ๕ ประการนั้นไว้เนืองๆ ด้วยประการฉะนี้แล.
เรียบเรียงจากพระบาฬีเจโตวิมุตติสูตร (อัง.ปัญจก.๒๒/๗๑) โยธาชีววรรคที่ ๒ ปัญจกนิบาต อังคุตรนิกาย และคำอธิบายจากคัมภีร์อรรถกถา - ฏีกาแห่งพระสูตรนั้น
----------------
ขออนุโมทนา
สมภพ สงวนพานิช
๓/๓/๖๖

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ