หิริ-โอตตัปปะ เจตสิก
หิริเจตสิก คือธรรมชาติที่ละอายต่อบาป ได้แก่ สภาพความเกลียด และละอายต่อการงานอันเป็นทุจริต มีอรรถ ๔ ประการ โดยเฉพาะ (ลักขณาทิจตุกะ) คือ :-
- ปาปโต ชิคุจฺฉนลกฺขณา มีความเกลียดต่อบาป เป็นลักษณะ
- ปาปานํ อกรณรสา มีการไม่ทำบาป เป็นกิจ
- ปาปโต สงฺโกจนปจฺจุปฏฺฐานา มีความละอายต่อบาป เป็นผล
- อตฺตคารวปทฏฺฐานา มีความเคารพตนเอง เป็นเหตุใกล้
โอตตัปปเจตสิก
โอตตัปปเจตสิก คือธรรมชาติที่สะดุ้งกลัวต่อบาป ได้แก่ สภาพความสะดุ้งกลัวต่อการงานอันเป็นทุจริต มีอรรถ ประการ โดยเฉพาะ (ลักขณาทิจตุกะ) คือ :-
- อุตฺตาสนลกขณํ มีความสะดุ้งกลัวต่อบาป เป็นลักษณะ
- ปาปานํ อกรณรสํ มีการไม่ทำบาป เป็นกิจ
- ปาปโต สงโกจนปจฺจุปฺปฏฺฐานํ มีความละอายต่อบาป เป็นผล
- ปรคารวปทฏฺฐานํ มีความเคารพผู้อื่น เป็นเหตุใกล้
หิริ และโอตตัปปเจตสิก ทั้งสองนี้ย่อมปรากฎขึ้นในโอกาสที่เว้นจากความชั่ว หิริ นั้นมีอันเกลียดบาปเป็นลักษณะ โอตตัปปะ นั้น มีอันสะดุ้งกลัวต่อบาปเป็นลักษณะ
หิริ เปรียบเหมือนหญิงสาวผู้มีสกุล ที่ขยะแขยงรังเกียจต่อบาปธรรม ด้วยอำนาจความเคารพตน และอาศัย เหตุภายใน เป็นสมุฏฐาน ได้แก่ เหตุภายใน ๘ ประการ คือ :-
๑. กุละ ละอายต่อบาปโดยคำนึงถึงตระกูลของตน
๒. วยะ ละอายต่อบาปโดยคำนึงวัยของตน
๓. พาหุสัจจะ ละอายต่อบาปโดยคำนึงถึงการศึกษาของตน
๔. ชาติมหัคคตะ ละอายต่อบาปโดยคำนึงถึงชาติภูมิอันประเสริฐของตน
๕. สัตถุมหัคคตะ ละอายต่อบาปโดยคำนึงถึงพระศาสดา, บิดา, มารดา, ครูอาจารย์
๖. ทายัชชมหัคคะ ละอายต่อบาปโดยคำนึงถึงทายาทที่เป็นใหญ่
๗. สหพรหมจารีมหัคคตะ ละอายต่อบาปโดยคำนึงถึงเพื่อนสหพรหมจารี ที่เป็นใหญ่
๘. สุรภาวะ ละอายต่อบาปโดยคำนึงถึงความแกล้วกล้า เข้มแข็งของตน
โอตตัปปะ เปรียบเหมือนหญิงแพศยา ผู้มีความเกรงกลัวต่อบาปธรรมด้วยอำนาจเคารพผู้อื่น และโอตตัปปะนี้อาศัยเหตุภายนอกเป็นสมุฏฐาน ได้แก่ เหตุภายนอก ๔ ประการ คือ :-
๑. อตุตานุวาทภยํ กลัวต่อการติเตียนตนเอง
๒. ปรวาทานุภยํ กลัวต่อการติเตียนจากผู้อื่น
๓. ทณุฑภยํ กลัวต่อราชทัณฑ์ คือกฎหมายบ้านเมือง
๔. ทุคฺคติภยํ กลัวต่อภัยในอบายภูมิ
ความละอายและความสะดุ้งกลัว อันเป็นสภาพธรรมของหิริ และโอตตัปปะนี้ ไม่เป็นอกุศล เพราะเป็นการละอายและเกรงกลัวในบาปทุจริตโดยพิจารณาเห็นโทษแล้วว่า ไม่ควรประพฤติปฏิบัติ เหมือนกับผู้พิจารณามรณานุสสติ โดยเอาความตายมาเป็นอารมณ์ หรือผู้ที่กำลังพิจารณาอสุภกรรมฐาน ซึ่งขณะจิตที่กำลังพิจารณาอยู่นั้น จิตย่อมไม่ตกอยู่ในอำนาจฝ่ายอกุศล หิริและโอตตัปปะนี้ก็เช่นกัน ย่อมพิจารณาถึงบาปทุจริตแล้ว ไม่กระทำกรรมชั่ว ย่อมบริหารตนให้หมดจด ด้วยเหตุนี้หิริและโอตตัปปะ จึงจัดว่าเป็นธรรมที่คุ้มครองโลก สมดังพุทธดำรัสในอังคุตรนิกายทุกนิบาตว่า
"ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย สุกกธรรม ๒ ประเภทนี้ย่อมคุ้มครองโลก ธรรม ๒ ประการคืออะไรบ้าง คือหิริ , โอตตัปปะ ๑
ดูกร ภิกษุทั้งหลายสุกกธรรม ๒ ประการนี้ ย่อมคุ้มครองโลก ถ้าหากสุกกธรรม ๒ ประการนี้ไม่พึงคุ้มครองโลกไซร้ ในโลกนี้จะไม่พึงปรากฎคำว่า มารดา บิดา พี่ ป้า น้า อา สามี ภรรยา ครู อาจารย์ ๆ ชาวโลกจักได้ถึงความปะปนกันเหมือนอย่าง แพะ แกะ ไก่ สุกร และสุนัข ฉะนั้นดูกร ภิกษุทั้งหลาย สุกกธรรม ๒ ประการนี้แล คุ้มครองโลกอยู่ ฉะนั้นจึงยังปรากฏคำว่า มารดา บิดา พี่ ป้า น้า อา ครู อาจารย์ ฯ" ดังนี้
----------------
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ