กระสวนประโยคบาลี “พระทำแบบนี้ก็เหมือนชาวบ้าน” (๖)
...............................................
บอกกล่าว:
เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก-
การเห็นพระใช้ชื่อเหมือนชาวบ้าน
...............................................
-๔-
กระสวนประโยคบาลี “พระทำแบบนี้ก็เหมือนชาวบ้าน” เรื่องที่ ๔ เหตุเกิดที่เมืองราชคฤห์ พระที่เป็นต้นเหตุคือพระฉัพพัคคีย์อีกเช่นเคย
พระไตรปิฎกบันทึกไว้ว่า -
...................................................
ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺติ ฯ
แปลว่า “พระฉัพพัคคีย์สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ”
...................................................
“อายตเกน คีตสฺสเรน คายนฺติ” แปลชัดๆ ว่า “สวดเอื้อนเสียงอย่างร้องเพลง”
ถ้าไม่เข้าใจ ขอให้นึกถึงพระสวดมนต์
“ธมฺมํ คายนฺติ” = สวดมนต์ คือกล่าวข้อความที่เป็นข้อธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง
เมื่อเป็นข้อธรรม ก็พูดมีจังหวะจะโคนหน่อย ไม่ใช่งึมงำๆ ธรรมดาๆ
แต่พระฉัพพัคคีย์พี่แกเล่นเต็มที่เหมือนนักร้องขับขานบทเพลงนั่นเลย
ชาวบ้านได้ยินก็งงสิ แบบนี้ไม่ใช่สวดมนต์แล้ว นี่มันร้องเพลงนี่หว่า
พระไตรปิฎกบันทึกคำวิจารณ์ของชาวบ้านไว้ดังนี้ -
...................................................
มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ยเถว มยํ คายาม เอวเมวิเม นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺตีติ ฯ
คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากบุตรเหล่านี้สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับเหมือนพวกเราร้องเพลง
ที่มา: ขุททกวัตถุขันธกะ
วินัยปิฎก จุลวรรค ภาค ๒ พระไตรปิฎกเล่ม ๗ ข้อ ๒๐
...................................................
เมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบ ก็ตรัสโทษของการสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ (สวดมนต์ด้วยท่วงทำนองเหมือนร้องเพลง) ๕ ประการ ดังนี้ -
...................................................
(๑) อตฺตโนปิ ตสฺมึ สเร สารชฺชติ
ตนเองเพลินติดอยู่กับเสียง
(๒) ปเรปิ ตสฺมึ สเร สารชฺชนฺติ
ผู้ที่ได้ฟังก็พลอยเพลินติดอยู่กับเสียง
(เป็นอันว่าทั้งพระทั้งโยมแทนที่จะมุ่งธรรมก็กลายเป็นสนุกอยู่กับเสียงร้อง)
(๓) คหปติกาปิ อุชฺฌายนฺติ
ชาวโลกติเตียน
(๔) สรกุตฺตึปิ นิกามยมานสฺส สมาธิสฺส ภงฺโค โหติ
เมื่อติดอยู่กับเสียง สมาธิย่อมเสื่อม
(๕) ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคติมาปชฺชติ
เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้คนภายหลัง
...................................................
กรณีนี้ไม่ได้ทรงบัญญัติเป็นสิกขาบทในจำนวน ๒๒๗ ข้อ แต่ทรงปรับอาบัติไว้ ดังนี้ -
...................................................
น ภิกฺขเว อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺโม คายิตพฺโพ
โย คาเยยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุไม่พึงสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ
รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกฏ
ที่มา: อ้างแล้ว
...................................................
โปรดทราบว่า การกระทำที่ทรงปรับอาบัติทุกฏเช่นนี้ ในพระวินัยปิฎกมีบันทึกไว้เป็นร้อยๆ เรื่อง บางท่านว่าเป็นพันๆ เรื่อง มากกว่าศีล ๒๒๗ ข้อเป็นอเนกอนันต์
และแน่นอน นักเรียนบาลีบ้านเราไม่เคยเห็น!!
โทษทั้ง ๕ ประการ และสำนวน “ยเถว มยํ ... เอวเมวิเม ...” (พระทำแบบนี้ก็เหมือนชาวบ้าน) ตรงนี้ นอกจากมีในพระวินัยปิฎกแล้ว ท่านยังนำไปบันทึกไว้ในพระสูตรด้วย คือ คีตสูตร ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม ๒๒ ข้อ ๒๐๙ เชิญนักเรียนบาลีและท่านผู้สนใจตามไปศึกษาดูเทอญ
...................................................
https://84000.org/tipitaka/read/?22/209
...................................................
กระสวนประโยคบาลี “พระทำแบบนี้ก็เหมือนชาวบ้าน” นอกจากสำนวน “ยเถว มยํ ... เอวเมวิเม ...” ที่นำเสนอมาทั้งหมดนี้แล้ว ยังมีอีกสำนวนหนึ่ง คือ -
“กถํ หิ นาม ... เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโน”
อ่านว่า กะ-ถัง หิ นา-มะ ... เสย-ยะ-ถา-ปิ คิ-ฮี กา-มะ-โภ-คิ-โน
แปลว่าอะไร หมายความว่าอย่างไร
ขออนุญาตอธิบายให้ฟังตอนหน้าครับ
------------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๓ เมษายน ๒๕๖๖
๑๘:๒๘
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ