วิธีรักษาพระศาสนา (๘)

.........................................................

คำเตือน: เรื่องนี้น่าจะยาวหลายตอน และอาจจะจับแพะชนแกะไปตลอดเรื่อง คือเขียนไปๆ มีประเด็นพาดพิงไปถึงเรื่องอะไร ก็ยกเรื่องนั้นมาแทรก ญาติมิตรที่อ่านจึงต้องทำใจ นึกเสียว่า-อ่านตามใจคนเขียนก็แล้วกัน ไม่ได้เขียนตามใจคนอ่าน 

แต่เป้าหมายปลายทางคงอยู่ที่-การชวนกันให้ช่วยกันรักษาพระศาสนา

.........................................................

ขอต่อเรื่องวิธีทำบุญให้สิ้นกระแสความนะครับ

นอกจากหลงทางเรื่องวิธีทำบุญ คือเข้าใจไปว่า “ทำบุญ” มีวิธีเดียว คือควักกระเป๋าเอาเงินออกมาบริจาคแล้ว เราก็ยังชักชวนเชิญชวนกันให้ทำบุญด้วยวิธีควักกระเป๋าเอาเงินออกมาบริจาคอยู่นั่นแล้ว

จนกระทั่งคนไทยเข้าใจว่า “ทำบุญ” คือบริจาคเงิน

“บอกบุญ” คือเที่ยวชักชวนให้คนบริจาคเงิน

“อนุโมทนาบุญ” คืออนุโมทนาเนื่องในการบริจาคเงิน

“บุญ” ที่อบอวลอึงอลอยู่ในสังคมไทยมีเรื่องเดียว คือเรื่องบริจาคเงิน

ไม่ต้องดูไกล ดูทางเฟซบุ๊กนี่เองจะเห็นความจริง 

โพสต์ที่เชิญชวนขอให้บริจาคเงินสร้างนั่นนี่โน่น สะพรั่งไปหมด

โพสต์ที่ไปบริจาคเงิน (รวมทั้งบริจาคนั่นนี่โน่น) มาแล้ว ขอให้อนุโมทนา ก็สะพรั่งไปหมด

ก็คือ-หนักอยู่แต่บุญทานมัย-บุญที่สำเร็จด้วยการควักกระเป๋า 

บอกบุญกันอยู่เรื่องเดียว

พูดอย่างนี้ อย่าเพิ่งโกรธผมนะครับ

ผมไม่ได้บอกว่า บุญทานมัยไม่ดี อย่าทำ เลิกทำเสียเถิด

ผมบอกแต่เพียงว่า-เราหนักในบุญทานมัยอย่างเดียว

แล้วผมก็ไม่ได้บอกว่า-เราไม่ทำบุญอย่างอื่น

บุญอย่างอื่นเราก็ทำ แต่ไม่โดดเด่นเน้นหนักเท่าบุญทานมัย

เจตนาของของผมก็คือ-ต้องการจะบอกว่า ทำบุญอย่างอื่นกันให้หนักขึ้นด้วยนะครับ ให้หนักพอๆ กับบุญทานมัยนั่นเลย

ทานมัยก็ทำ

บุญอย่างอื่นอีก ๙ อย่าง ก็ทำ

และทำให้หนักเท่าๆ กับทานมัย

ผมต้องการบอกอย่างนี้

เพราะฉะนั้น ตอนนี้ขออนุญาตแนะนำวิธีทำบุญอีก ๙ วิธี พอให้เห็นทางปฏิบัติ

บอกก่อนว่า สบายใจได้เลยนะครับว่า บุญอีก ๙ อย่างนั้นไม่ต้องควักกระเป๋า ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวก็ทำได้

แล้วก็ตรงนี้แหละครับที่แปลกประหลาดมาก

บุญทานมัย ต้องมีเงิน ต้องควักกระเป๋าจึงจะทำได้ 

แต่คนก็ยังจ้องจะทำ

บุญอีก ๙ อย่าง ไม่มีเงินก็ทำได้ 

แต่ไม่มีใครคิดจะทำ

แปลกประหลาดจริงๆ

วิธีทำบุญอีก ๙ อย่าง ขอเริ่มจาก --

(๒) ทำบุญถือศีล (สีลมัย) เริ่มด้วยการศึกษาเรียนรู้ว่าศีลคืออะไร 

ศีลคือการ “ไม่ทำ” อะไรบางเรื่อง 

ถามตัวเองว่าเราพร้อมที่จะ “ไม่ทำ” อะไรบ้าง 

พร้อมแล้ว ตั้งใจลงมือไม่ทำเรื่องนั้น 

นั่นแหละคือถือศีล ได้บุญแล้ว ง่ายๆ

(๓) ทำบุญภาวนา (ภาวนามัย) ไม่มีชุดขาว ไม่มีเวลาไปวัด ๓ วัน ๕ วัน ไม่เป็นไร ทำแค่ฝึกเอาสติไว้กับตัว ฝึกให้สติทับจิต จิตไปที่ไหน เอาสติตามไปที่นั่น ทำแค่นี้พอ อยู่ที่ไหนก็ทำได้ แต่งชุดอะไรก็ทำได้ (ไม่แต่งชุดอะไรเลยก็ยังทำได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า) ทำได้นานแค่ไหน ได้บุญนานแค่นั้น แล้วได้บุญติดพันต่อเนื่องไปอีกด้วย

(๔) ทำบุญไหว้พระ (อปจายนมัย) เจอพระที่ไหนยกมือไหว้ ผ่านวัดที่ไหนยกมือไหว้ สามารถแวะเข้าไปไหว้พระในวัดได้ด้วยยิ่งดี ผ่านอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญที่ทำคุณแก่ประเทศชาติยกมือไหว้ 

แค่นี้เอง ทำได้ไหม ทำเป็นไหม เคยทำไหม เคยคิดจะทำบ้างไหม

พ่อแม่สมัยเก่า อุ้มลูกหรือจูงลูก ไปเจอพระ จะบอกลูกว่า “ธุซะลูก”

“ธุ” ตัดมาจาก “สาธุ” เข้าใจความหมายตามประสาชาวบ้านว่า “ไหว้พระ” 

“ธุซะลูก” คือไหว้พระซะลูก พ่อแม่สอนลูกตั้งแต่ยังเล็ก ลูกยังทำไม่เป็น พ่อแม่ประจงจับมือลูกให้ทำกิริยาไหว้พระ ตัวพ่อแม่เองก็ทำด้วย 

คนไทยสมัยก่อนเดินไปตามทาง พระสวนมา เขาจะนั่งลง ประนมมือไหว้ รอจนพระคล้อยหลังไปแล้วจึงลุกขึ้นไปต่อ

คนไทยสมัยนี้ ไม่ต้องพูดถึงนั่งลง แค่ยกมือไหว้ก็ทำไม่เป็น

คนไทยสมัยนี้ ไม่ต้องพูดถึงยกมือไหว้ แค่หลีกทางให้พระก็ทำไม่เป็น

เคยเห็นไหมครับ-หรือเคยประพฤติไหมครับ เดินสวนกับพระ พระต้องหลีกทางให้

จึงไม่ต้องหวังว่าพ่อแม่สมัยนี้จะสอนลูก “ธุซะลูก” เพราะตัวพ่อแม่นั่นเองก็ไม่เคยมีใครสอนมาก่อน

บางคน-หลายคน-อ้างเหตุผลน่าฟัง “พระสมัยนี้บางทีก็ทำตัวไม่น่าไหว้” “พระแบบนี้ไม่อยากไหว้ให้เสียมือ”

ขอบคุณแทนพระที่ชาวบ้านให้เหตุผลเช่นนี้

ทำไม?

เพราะนั่นแสดงว่า ชาวบ้านแบบท่านนี่มีความรู้มากพอ-ในเรื่องการประพฤติปฏิบัติของพระ ถึงระดับที่สามารถตัดสินได้ว่าพระประพฤติอย่างไรจึงจะน่าเคารพ และประพฤติอย่างไรไม่น่าไหว้ให้เสียมือ

ถ้าชาวบ้านมีความรู้ถึงระดับนี้กันมากๆ พระศาสนาของเราอยู่ได้ไปรอดครับ

ข้อสำคัญอยู่ตรงที่-เกณฑ์มาตรฐานที่ท่านใช้ในการตัดสินว่าอย่างไรน่าเคารพอย่างไรไม่น่าเคารพนั้น ควรถูกต้องตามมาตรฐานของหลักพระธรรมวินัยด้วย ไม่ใช่เป็นเกณฑ์ที่ท่านคิดเอาเอง

พระอาบน้ำให้แม่ อุ้มแม่ กอดแม่ จูบแม่ ชาวบ้านชื่นชมว่าท่านเป็นพระกตัญญู 

ถ้าเป็นแบบนี้ อภิมหาเพี้ยนแล้วครับ เพราะผิดหลักพระธรรมวินัย นี่เป็นเพียงตัวอย่างเรื่องเดียว ยังมีอีกเป็นสิบเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง-ที่ต้องถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยด้วย

กรณีเหตุผล “พระแบบนี้ไม่อยากไหว้ให้เสียมือ” ผมมีเหตุผลที่ขออนุญาตชวนคิด ท่านไม่ต้องเชื่อผม แค่ชวนคิดเฉยๆ

คำคนเก่าท่านพูดกันว่า “ไม่อยากไหว้คน ก็คิดเสียว่าไหว้ผ้าเหลือง” เป็นข้อคิดเตือนใจที่ประเสริฐมากๆ

“ผ้าเหลือง” ตามคำเรียกของคนไทยนั้น คำบาลีท่านเรียกว่า “อรหทฺธช”

“อรหทฺธช” แปลว่า “ธงของพระอรหันต์” เป็นสำนวนใช้เรียกผ้ากาสาวพัสตร์หรือไตรจีวรอันเป็นเครื่องนุ่งห่มของภิกษุในพระพุทธศาสนา นิยมเรียกกันว่า “ธงชัยของพระอรหันต์”

เหตุที่เรียกเช่นนี้ มีคำอธิบายว่า พระอรหันต์ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นย่อมนุ่งห่มด้วยผ้ากาสาวพัสตร์ คนทั้งหลายเห็นผ้ากาสาวพัสตร์ในที่ใด ย่อมรู้ได้ว่าพระอรหันต์มีอยู่ในที่นั้น อุปมาเหมือนเห็นธงประจำตัวแม่ทัพอยู่ที่ใด ย่อมรู้ได้ว่าตัวแม่ทัพอยู่ที่นั้นฉะนั้น

ตัดประเด็น-ตัวผู้นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์จะเป็นคนดีคนเลวอย่างไร-ออกไปให้หมด ตั้งใจอย่างเดียวว่าเราไหว้ธงชัยของพระอรหันต์ เราไม่ได้ไหว้ความเลวความชั่วในตัวของผู้นุ่งห่ม แค่นี้เราได้บุญแล้ว

ขออนุญาตเล่าประสบการณ์ตรงของผม 

เจอพระที่ไหน รู้จักหรือไม่รู้จัก ผมน้อมประมือไหว้ที่นั่น ถือว่าเป็นโอกาสเก็บบุญใส่ย่าม

พระบางรูปที่ผมรู้จัก ผมรู้ลึกไปถึงความประพฤติของท่านด้วย เจอท่านที่ไหน ผมน้อมประมือไหว้ที่นั่น ไม่เคยมีสักขณะจิตเดียวที่จะคิดว่า “พระแบบนี้ไม่อยากไหว้ให้เสียมือ”

เดินไปตามถนน เจอพระสวนมา ผมไม่ได้ทำเต็มรูปเท่าคนเก่า-คือไม่ได้นั่งลง-เพราะสภาพบนถนนไม่อำนวย ผมใช้วิธีหยุดเดิน หลบเข้าข้างทาง ถ้าสวมหมวกก็ถอดหมวก ประนมมือ รอจนท่านคล้อยหลังจึงไปต่อ ถ้าอยู่คนละฟากถนน ผมก็จะหยุดเดิน ประนมมือน้อมไหว้ไปทางท่าน ทำเช่นนี้ทุกครั้งที่เจอพระ

ถ้าขณะนั้นพระท่านกำลังไม่สำรวม เป็นต้นว่า ถลกชายจีวรพาดไหล่ ปากคาบบุหรี่ หรือกำลังคุยกันโขมงโฉงเฉง ปฏิกิริยาตอบรับจากพระน่าอัศจรรย์มาก คือท่านจะสะดุ้ง แทบจะขว้างบุหรี่ทิ้งต่อหน้าโยม รีบตลบชายจีวรลงมา และสำรวมกิริยาฉับพลัน

อานุภาพของบุญอปจายนมัยนี่ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ

แค่โยมประนมมือไหว้ ก็ทำให้พระท่านรู้สึกตัวทันทีว่า-โยมเขาอุตส่าห์ไหว้ อย่าทำอะไรให้โยมเสียมือ

ผมว่า เท่านี้พอแก่การย์ คือพอที่จะเป็นกำลังใจให้พระท่านมีอุตสาหะที่จะศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยต่อไป

การที่พระมีอุตสาหะศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยนั่นแหละคือการรักษาพระศาสนา

แม้หากว่าจะไปเจอพระที่ด้านหนาไม่รู้สึกตัว การที่เราไหว้ธงชัยของพระอรหันต์ก็ยังเป็นการทำความดีอย่างหนึ่ง เป็นบุญของเราอยู่นั่นเอง

อปจายนมัย ทำบุญไหว้พระ ไม่เสียมือทุกกรณีครับ ขอยืนยัน

วิธีทำบุญ ยังไม่จบจนได้ ต่อตอนหน้าครับ

------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๘ พฤษภาคม ๒๕๖๖

๑๔:๕๕

[full-post]

วิธีรักษาพระศาสนา

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.