สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
เหตุใด การฆ่าสัตว์ในอกุศลกรรมบถองค์ธรรมจึงเป็นเจตนา และอกุศลกรรมบถมีประโยชน์เพื่อการใด ?
เป็นที่ประจักษ์กันดีอยู่แล้วว่า เวลาโกรธระงับโทสะไม่ได้ คนเราก็จะฆ่ากัน หรือพ่อค้าแม่ขาย และพนักงานฆ่าสัตว์เป็นอาชีพ ต่างก็ยินดีพอใจ อยากให้มีการฆ่าสัตว์เป็นประจำ เพราะนั้นเป็นรายได้ที่มาจากอาชีพ ก็เห็นกันจะๆอยู่แล้วว่า ฆ่าเพราะโทสะ และฆ่าเพราะโลภะ
ถามว่า ทำไมในอกุศลกรรมบถ องค์ธรรมการฆ่า พระพุทธองค์ จึงทรงกล่าวว่าเป็นเจตนาเล่า ?
ตอบว่า 1.เพราะทรงมุ่งให้รู้ถึงสาเหตุหลัก ที่เป็นประธานในการฆ่านั้น
2. เพราะทรงมุ่งให้รู้เหตุที่มีโทษในปฏิสนธิกาล และ เหตุที่มีโทษในปวัตติกาล
ขยายความ 1. การที่ชอบพูดกันว่า วัดนี้ เศรษฐีเป็นผู้สร้าง ถ้าไม่มีช่างกระทำการก่อสร้าง วัดจะสร้างสำเร็จไหม ? ในมุมกลับกัน ถ้าไม่มีเศรษฐีอำนวยความสะดวกให้ วัดจะสร้างสำเร็จไหม ? ความว่าอาการที่เป็น ที่อาศัยให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ มี 2 อาการนั่นเอง ช่างเปรียบได้วัตถุที่รองรับภาพไว้(อุปนิสสยปัจจัย) มี แผ่นผ้าหรือแผ่นกระดาษ เป็นต้น เศรษฐี เปรียบได้กับภาพ (นิสสยปัจจัย) รูปภาพจะไม่สำเร็จ คือ ปรากฏไม่ได้ ถ้าขาดส่วนทั้งสอง ฉันใด วัดก็จะสำเร็จไม่ได้ ถ้าขาดช่างและขาดเศรษฐี ก็ฉันนั้น ความมีเจตนาร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันนี่เอง เป็นประธานทำให้การสร้างวัดสำเร็จลุล่วงไปได้ ก็คือเจตนาที่เป็นประธานแก่สัมปยุตตธรรมที่เกิดขึ้นพร้อมกับตนในขณะฆ่านั้นเอง การฆ่าในอกุศลกรรมบถ พระพุทธองค์จึงทรงกล่าวว่า องค์ธรรม เป็น เจตนา ก็ด้วยเหตุดังกล่าว แม้นในกายกรรมที่เหลือ และวจีกรรม 4 ก็มีนัยนี้
ขยาย 2. การฆ่าที่ครบองค์กรรมบถที่ไม่ขาดเจตนาอันเป็นองค์ประธานจึงมีกำลังแรงและมีกำลังบริบูรณ์เมื่อมีเจตนาครบทั้ง 3 กาล คือ ก่อนฆ่า ขณะฆ่า และหลังฆ่า เพราะความแข็งแรง และความสมบูรณ์ จึงมีอานุภาพให้ผลในปฏิสนธิกาลนำเกิดในอบายภูมิ 4 ที่ขาดพร่องเจตนาก็จะให้ผลในปวัตติกาล เช่นนายพรานไม่มีเจตนาจะฆ่าสัตว์ตัวนั้น แต่ก็โดนลูกหลงเข้าจนได้ หรือบางท่านอาศัยอยู่ในบ้าน จู่ๆ ก็มีวัตถุล่วงหล่นจากเครืองบินมาทับเอา เป็นต้น
ถามว่า การฆ่า ที่มีโทษรุนแรงยิ่งกว่าเจตนามีไหม ?
ตอบว่า มี คือ การฆ่าที่เจาะจงสัตว์บุคคล(พยาบาท)
เพื่อนสหธรรมิค จะเห็นองค์ธรรม และความรุนแรงได้ชัดเจน เมื่อพิจารณา จากเหตุการณ์เหล่านี้
ก. วันที่นายพรานเข้าป่าล่าสัตว์ ไม่ได้สัตวเลย วันนั้นมีเพียงกิเลสเกิดขึ้น เพราะการฆ่าไม่มี
ข. วันที่นายพรานเข้าป่าล่าสัตว์ ได้สัตว์มา วันนั้นมีการฆ่าสัตว์ จึงมีเจตนาฆ่า
ค. วันที่นายพรานเข้าป่าล่าสัตว์ สัตว์ที่จะฆ่าไม่ตาย ยังวิ่งหนีได้ นายพรานไม่ลดละความพยายาม มุ่งเจาะจงฆ่าสัตวตัวนั้นให้ได้ วันนั้นจึง มีความพยาบาท เข้าถึงความเป็นมโนกรรมล่วงพ้นกำลังของเจตนา
แม้นมโนกรรมที่เหลือก็มีนัยนี้แล
(แง่มุมที่พึงรู้และใส่ใจในอกุศลกรรมบถจากคัมภีร์นิสสยะ อักษรปัลลวะ)
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ