คัมภีร์อุทานกับคัมภีร์อิติวุตตกะ
ระหว่างคัมภีร์อุทานกับคัมภีร์อิติวุตตกะ ซึ่งต่างก็เป็นโสมนัสญาณเหมือนกันจึงจัดอยู่ในหมวดขุททกนิกาย(หมวดเบ็ตเตล็ตที่มีลักษณะร่วมกัน)เช่นกัน จะมีความเหมือนกัน และความต่างกันเป็นไฉนถึงได้แยกเป็นแต่ละคัมภีร์ ?
อาศัยการแบ่งคำสอน(พุทธพจน์)เป็นองค์ 9 (นวังคสัตถุสาสน์) ซึ่งมีลักษณะต่างกันเป็นแต่ละคัมภีร์
ด้วยว่าคัมภีร์อุทาน(คัมภีร์ที่พระพุทธองค์ทรงเปร่งอุทานเป็นแต่ละประเด็น) มีเนื้อหาสลดใจที่ทรงเห็นเวไนยสัตว์ยังต้องตกอยู่ในวัฎฎทุกข์อยู่ ตามอัตตวิสัยซึ่งเป็นปกติวิสัยที่เปี่ยมล้น ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่จะโปรดเวไนยสัตว์ ดุจสระใหญ่ที่มีน้ำเอ่อล้นสระ จึงมีการเปิดประเด็น(ปกาสนา)ด้วยความว่า วุตฺตํ เหตํ ภควา. แปลว่า ความจริงพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเอาไว้แล้ว และมีการสรุปประเด็นเป็นแต่ละอุทาหรณ์ ด้วยความว่า เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ. แปลว่า ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเนื้อหานี้เอาไว้แล้ว.
และเพื่อให้กรณี(เรื่อง)แต่ละประเด็นชัดเจนจึงจำต้องปรารภพาดพิง สถานที่ เวลา บุคคล และเหตุการณ์ครั้งนั้นๆกำกับประกอบด้วยเสมอ เพื่อให้สะดวกในการศึกษา โครงสร้างคัมภีร์อุทานจึงจัดวรรค(กลุ่ม) มี 8 วรรค 80 สูตร 95 คาถา 34 ภาณวาร
ด้วยว่า คัมภีร์อิติวุตตกะ(คัมภีร์เนื้อหาที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ดังนี้) มีเนื้อหาปลงใจว่าต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน ตามสัพพัญญูวิสัยที่รอบรู้สัพพสิ่ง จึงทรงตรัสเป็นหลักการ(สังกาสนา) เพื่อเวไนยสัตว์ที่ประสงค์จะหลุดพ้นจากวัฏฏทุกข์ จักนำไปปฏิบัติได้สะดวก คือ เมื่อเข้าใจหลักการดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปรารภพาดพิง สถานที่ เวลา บุคคล และเหตุการณ์ประกอบ โครงสร้างคัมภีร์อิติวุตตกะ จึงจัดเป็นนิบาต(ชุด) มี 4 นิบาต 112 สูตร คาถามีกำกับทุกสูตร 38 ภาณวาร (เกณฑ์การจำแนกพระสูตร จากขุททกนิกายไปสู่พระสูตรในสังกัดนวังคสัตถุสาสน์ จากคัมภีร์นิสสยะอักษรปัลลวะ)
ในพระไตรปิฎกส่วนที่เป็นมหาสาวกภาษิตก็เช่น คัมภีร์อปทาน คัมภีร์เถรคาถา คัมภีร์เถรีคาถา คัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค เป็นต้น ไฉนเล่าคัมภีร์เนตติปกรณ์ ซึ่งรจนาโดยพระมหากัจจายนะผู้ที่พระพุทธองค์ทรงยกย่องว่าเป็นเลิศในการย่อความที่ละเอียดพิศดารสรุปสงเคราะห์ให้เหลือเป็นเพียงหัวข้อที่เป็นหลักการ และขยายหัวข้อที่เป็นหลักการแตกเป็นประเด็นต่างๆตามวาระที่พึงเป็นไป โดยการย่อและการขยายนี้หลักธรรมมิได้ตกหล่นหายไปแต่ประการใดไม่ เพราะคัมภีร์เนตติปกรณ์มีลักษณะพิเศษดังกล่าวนี่เอง ปราชญ์ทั้งหลาย มี พระอรรถกถาจารย์ พระฏีกาจารย์ และพระนิสสยาจารย์ จึงนิยมใช้เป็นคัมภีร์ " คู่มือ " ในการศึกษาพระไตรปิฎก คือ ไม่ใช่ฐานะเป็นพระไตรปิฎก แต่เป็นฐานะคู่มือการศึกษาพระไตรปิฎกเพื่อการย่อและการขยายความโดยที่หลักธรรมไม่ตกหล่นหายไป และระหว่างการย่อความกับการขยายความหลักธรรมก็ไม่สับสน จึงมีอุปการะแก่ทั้งผู้สอนทั้งผู้เรียน ตัวอย่าง เช่นที่ว่านี้(หลักธรรมไม่ตกหล่นและไม่สับสน) ในอรรถกถาพระวินัยปิฏก เล่ม 1 หน้า 120 ก็ได้ให้ความสำคัญด้วยการอ้างอิง บท 12 (คำสื่ออรรถ 6 คำสื่อศัพท์ 6) จากคัมภีร์เนตติปกรณ์ประกอบไว้
คัมภีร์คู่มือเนตติปกรณ์มีสาระประโยชน์สำคัญเช่นนี้ควรหรือไม่หนอที่ชาวพุทธบริษัทจะพึงพากันศึกษาครับ
---------------------
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ