มรณาสันวิถีของพระอรหันต์มี​ 5​ อย่าง​ คือ

   1. กามชวนมรณาสันวิถี​ คือ​ จุติจิตของพระอรหันต์​ เกิดขึ้นต่อจากกามชวนะที่เป็นมหากิริยาชวนะ​ ซึ่งนับเป็นการปรินิพพานอย่างธรรมดาสามัญของพระอรหันต์

   2. ฌานสมนันตรวิธี​ คือจุติจิตของพระอรหันต์​ที่เกิดต่อฌานสมาบัติวิถี​ ได้แก่พระอรหันต์​ที่เป็นฌานลาภีบุคคล​ มีทุกขเวทนาแรงกล้า​ เมื่อใกล้จะปรินิพพานก็กระทำฌานสมาบัติให้เกิดขึ้นเพื่อดับเวทนาต่างๆเหล่านั้น​เสีย​ ครั้นเมื่อออกจากสมาบัติจุติจิตก็ปรากฏขึ้นเป็นการปรินิพพานต่อจากฌานสมาบัติ​วิถี

   3. ปัจเวกขณสมนันตรวิถี​ คือจุติจิตของพระอรหันต์​ที่เกิดต่อจากการพิจารณา​องค์​ฌาน​ มีวิตก​ เป็นต้น​ ปัจเวกขณสมนันตรวิถี​ จะเกิดต่อจากกิริยาปฐม​ฌาน, ทุติย, ตติย, จตุุตถฌาน​ เป็นการพิจารณา​องค์ฌานแล้วจุติ

   4. อภิญญาสมนันตรวิถี​ คือจุติจิตของพระอรหันต์​ที่เกิดต่อจากอภิญญาวิถี​ ได้แก่พระอรหันต์​ที่ได้แสดงอิทธิ​ฤทธิ์​ต่างๆให้ปรากฏ​แล้วก็เข้าสู่ปรินิพพาน

   5. ชีวิตสมสีสี​ คือจุติจิตของผู้ที่เจริญวิปัสสนา​กรรมฐาน​ เมื่อได้สำเร็จ​เป็นพระอรหันต์​ก็พอดีถึงกาลที่จะต้องปรินิพพาน​ ฉนั้น​เมื่อสุดวิถีของอรหันตมรรค​แล้ว​ ปัจเวกขณวิถีที่พิจารณา​ มรรค​ ผล​ นิพพาน​ กิเลสที่ละได้หมดสิ้นก็จะเกิดต่อทันที​ จากนั้นมรณาสันวิถีก็ปรากฏขึ้นทำกิจดับขันธปรินิพพานสิ้นภพชาติ​ เช่น​ภิกษุ​ที่ถูกเสือกัดเป็นต้น

(มหาฏีกาวิสุทธิ​มรรค, นิสสยะ​ อักษรปัลลวะ​ อักษร​สิงหล)​

---------------

วิริยะที่พอดีเป็นไฉน

เมื่อวิริยะ มีกำลังมากกว่าสมาธิ ผู้ปฏิบัติกรรมฐาน 

ก็จะต้องตกไปในฝักฝ่ายความฟุ้งซ่าน เมื่อสมาธิมีกำลังมากกว่าวิริยะ ผู้ปฏิบัติกรรมฐาน ก็จะต้องตกไปในฝักฝ่ายความเกียจคร้าน ดังนั้นวิริยะที่พอดี จึงมีความสำคัญต่อการปฏิบัติกรรมฐาน ทั้งสมถกรรมฐาน ทั้งวิปัสสนากรรมฐาน อย่างขาดเสียไม่ได้เลย

      ก็แล้ว วิริยะที่พอดีต่อการปฏิบัติกรรมฐานทั้ง 2 ประเภท จะต้องมีลักษณะเป็นเช่นไรเล่า ?

      อุปมา เหมือนต้นหนเรือผู้ฉลาดเกินไป ใจเร็วด่วนได้ เมื่อมีลมแรง ก็กางใบเรือเด็มที่

ทำให้เรือแล่นไปผิดที่ อีกคนไม่ฉลาด ไม่รู้จักประมาณ เมื่อมีลมอ่อน ก็ลดใบเรือลง ทำให้เรื่อหยุดอยู่กับที่

ส่วนคนที่ฉลาดพอดี รู้จักความเหมาะสม เมื่อมีลมอ่อน ก็กางใบเรือเต็มที่ เมื่อมีลมแรง ก็ลดใบเรือลงครึ่งหนึ่ง จึงบรรลุถึงสถานที่ ที่ตนปรารถนาได้ โดยสวัสดิภาพแล

--------------------

ประเภทสมถกรรมฐานที่เป็นสัปปายะ สำหรับบุคคลจริตต่างๆ

   อสุภ 10 และโกฏฐาสภาวนาที่เรียกว่า กายคตาสติ เป็น สัปปายะสำหรับบุคคลราคจริต

   อัปปมัญญา 4 และวรรณกสิณ 4 มีนีลกสิณเป็นต้น เป็นสัปปายะสำหรับบุคคลโทสจริต

   อานาปานะ เป็นสัปปายะสำหรับบุคคลโมหจริต และบุคคลวิตกจริต

เพราะเป็นปฏิปักษ์ต่อโมหะ โดยความเป็นอารมณ์แห่งความรอบรู้(ปัญญา)ว่า ลมนั้นเป็นลมหายออก หรืิอเป็นลมหายใจเข้า สั้นหรือยาวเป็นต้น ซึ่งต้องอาศัยความรอบรู้ทุกขณะอาการ และเพราะใส่ใจความรอบรู้ได้เช่นนี้นี่เอง จึงห้ามความพล่านไปในอารมณ์อื่นแห่งวิตกได้

   อนุสติ 6 มีพุทธานุสติเป็นต้น เป็นสัปปายะสำหรับบุคคลสัทธาจริต

   มรณะ อุปสมะ สัญญา และ ววัตถาน เป็นสัปปายะสำหรับบุคคลพุทธิ

   ส่วนกรรมฐานที่เหลือทั้งหมด เป็นสัปปายะแก่บุคคลทุกจริต

   แม้บรรดากสิณทั้งหลาย กสิณขนาดใหญ่ก็ย่อมเป็นสัปปายะสำหรับบุคคลโมหจริต ขนาดเล็กย่อมเป็นสัปปายะสำหรับบุคคลวิตกจริต

(อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา)

------------------- 

[full-post]

ปรินิพพาน,วิริยะ, สมถกรรมฐาน

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.