สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
อะไรเป็นเหตุให้ มหากุศลจิต กับ มหาวิบาก มีเวทนาเหมือนกัน มีญาณสัมปยุต-ญาณวิปยุตเหมือนกัน มี สังขาริก-สังขาริกเหมือนกัน ทั้งที่มหากุศลมีฐานะเป็นเหตุ มหาวิบากมีฐานะเป็นผล และอกุศลกับอกุศลก็มีนัยเดียวกัน
ก็เพราะมีธัมมนิยาม 5 ประการเป็นไปในขณะทำกุศล และอกุศลนั่นเอง คือ :-
1. อายุหนสมังคิตา ได้แก่ ความเพียรให้สำเร็จกิจขณะกระทำกุศลและอกุศล
2. เจตนาสมังคิตา ได้แก่ เจตนาที่ตั้งใจขณะกระทำกุศลและอกุศลทั้ง 3 กาล ก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำ
3. กัมมสมังคิตา ได้แก่ ตัวกุศลกรรมและตัวอกุศลกรรม ที่มีความเพียร(วิริยะ)และความตั้งใจ(เจตนา)เป็นปัจจัยให้ความตั้งใจกระทำเข้าถึงความเป็นกรรม(ไม่เป็นกิริยาเหตุเพราะละตัณหายังไม่ได้)
4. อุปัฏฐานสมังคิตา ได้แก่ อารมณ์ที่นำพาสัตว์ให้เคลื่อนจากภพเก่า(จุติ = ตาย)ไปสู่ภพใหม่(ปฏิสนธิ = เกิด) มี 3 ประเภท คือ กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ คตินิมิตอารมณ์
5. วิปากสมังคิตา ได้แก่ ผลของสมังคิตา 4 ประการที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งส่งผลตลอดภพชาติ จนกว่าจะดับขันธ์ เพราะละตัณหาได้หมดสิ้น
ธัมมนิยามทั้ง 5 ประการที่เป็นสมังคิตากันนี่เองที่จัดแจงให้มหากุศลจิตกับมหาวิบากจิตและอกุศลจิตกับอกุศลวิบากมีลักษณะคล้อยกันตามประการที่ได้กล่าวมาแล้ว (นิสสยะอักษรสิงหล)
----------
ระหว่างพุทธศาตร์กับวิทยาศาตร์ ซึ่งต่างก็สอนธรรมชาติที่เป็นจริงด้วยกัน แม้กระนั้นก็ยังมีนัยต่างกัน กล่าวคือ พุทธศาสตร์สอนให้สิ้นกิเลส มีความละโมบ มักมากไม่รู้จักพอ เป็นต้น ส่วนวิทยาศาสตร์สอนสนองความอยาก เพื่อบำเรอตนและผู้อื่น เป็นต้น ดังนั้นระดับธรรมชาติที่สอนจึงต่างกันแน่นอน กล่าวคือ พุทธศาตร์เป็นความจริงขั้นปรมัตถ์ วิทยาศาสตร์เป็นความจริงขั้นสมมุติบัญญัติ
ถามว่า ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้นเล่า?
ตอบว่า เพราะความจริงทั้ง 2 ประการ มีความแตกต่างกันดังนี้ เช่น การเห็น(จักขุวิญญาณ)
เป็นปรมัตถสัจจะ เพราะไม่มีอัตตาเราเขา เป็นสักแต่ว่าสภาวธรรม คือ จักขุวิญญาณอันเกิดจากความพร้อมเพรียงแห่งเหตุ 4 ได้แก่
1. มีจักขุปสาทดี
2. มีรูปารมณ์ เป็นภาพ(แสงสี)ที่ปรากฏเป็นวัตถุสิ่งของต่างๆ
3. มีอาโลกะ มีแสงสว่างพอ
4. มีมนสิการ มีความใส่ใจที่จะดู
ถ้าขาดองค์ประกอบที่เป็นเหตุข้อหนึ่งข้อใดไป การเห็น คือ จักขุวิญญาณจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
เป็นสมมุติสัจจะ เพราะยังสำคัญผิดว่า อัตตาตัวตนเราเขาเห็น จึงยึดติดบัญญัติอยู่
ฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่รูปารมณ์(ภาพ)ที่ทางวิทยาศาตร์พัฒนาให้วิจิตรพิสดารมากเท่าไร ตัณหา(ความอยากของมนุษย์ก็ยิ่งวิจิตรพิสดารตามไปด้วย
------------------
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ