สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ


พระพุทธเจ้าฉันเจหรือไม่?

   ถาม ที่วัดทางบ้านผมนั้นมีพระอยู่องค์หนึ่ง ท่านฉันเจใครเอาอาหารที่ทำด้วย ของคาว เช่น ปลา เนื้อ หรือแม้แต่ไข่ถวาย ท่านก็จะไม่รับ ทำให้ชาวบ้านต้องจัดหา อาหารเจถวายท่าน ซึ่งผมเห็นว่าเป็นความยุ่งยากของชาวบ้านอย่างผม เพราะปกติ บ้านผมหรือแม้แต่ชาวบ้านชาวบ้านทั่วๆ ไปก็มักจะไม่เลือกอาหาร คือกินได้ทั้งปลา ทั้งเนื้อ ทั้งไข่ ทั้งผัก ผลไม้ สุดแต่ว่ามีอะไรก็กินอย่างนั้น แต่เมื่อพระท่านฉันอาหารเจ เราก็จำเป็นต้องซื้อหาอาหารเจ ซึ่งโดยปกติเราไม่ได้ทานมาถวายท่านเป็นพิเศษ ผมก็เลยอยากทราบว่า พระพุทธเจ้าของเรานั้นท่านฉันเจหรือเปล่าครับ ถ้าท่านฉัน ใครจะเอามา ถวายท่านเล่าครับ

   ตอบ เรื่องที่คุณถามมานี้ เป็นตัวอย่างอันดีสำหรับการปฏิบัติตนของพระภิกษุว่า ท่านควรจะปฏิบัติอย่างไร ท่านจะปฏิบัติตามใจของท่าน หรือว่าปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และจะปฏิบัติเพื่อให้ชาวบ้านเขาเกิดความเลื่อมใสในท่านหรือจะปฏิบัติให้เขาสิ้นความเลื่อมใสในท่าน โดยปกตินั้นพระท่านต้องอาศัยอาหารจากชาวบ้าน สุดแต่ชาวบ้านจะถวายสิ่งใดท่านก็ต้องรับสิ่งนั้น ไม่มีการเลือก เว้นไว้แต่สิ่งนั้นจะผิดพระวินัย ท่านไม่รับ ก็สมควร แต่ถ้าไม่ผิดพระวินัย ทั้งพระพุทธเจ้าก็มิได้ทรงบัญญัติไว้ให้ภิกษุฉันเจ แล้วภิกษุ ไปฉัน ทำความลำบากให้ชาวบ้านซึ่งเขามิได้ทานเจด้วยอย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าชาวบ้าน เขาทานเจอยู่แล้ว เขาถวายอาหารเจตามที่เขามี นั่นจึงสมควร เพราะท่านมิได้ทำให้เขาลำบาก ในกรณีตรงกันข้าม ถ้าชาวบ้านเขาทานเจ แต่พระต้องการจะฉันอาหารที่มิใช่เจ นั่นก็ ไม่สมควรอีก เพราะทำให้ชาวบ้านเขาลำบากและเสื่อมศรัทธา

   การทำให้ชาวบ้านคนใดคนหนึ่งไม่ศรัทธานั้น ไม่สมควรเลย เพราะเมื่อเขา ไม่ศรัทธาพระเพียงรูปเดียว เขาก็จะพลอยไม่ศรัทธาพระรูปอื่นไปด้วย พลอยเห็นว่า พระรูปอื่นก็คงประพฤติเช่นนั้น ซึ่งในเรื่องของความไม่ศรัทธาพระรูปเดียวแล้วพลอย ไม่ศรัทธาพระรูปอื่นนั้นมีตัวอย่างจริงๆ หลายราย ที่มาปรารภให้ฟังก็มีบ่อยๆ บางคน ถึงกับเลิกทำบุญ น่าเสียดายอย่างยิ่ง ต้องชี้แจงแสดงเหตุผลกันมากมายกว่าเขาจะเข้าใจ ซึ่ง บางคนก็ไม่ยอมเข้าใจ

      เพราะฉะนั้น ก็ใคร่จะกราบวิงวอนพระคุณเจ้าทั้งหลาย ทั้งที่ฉันเจและไม่ฉันเจ ได้โปรดปฏิบัติตามพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ อะไร ที่พระองค์มิได้ทรงบัญญัติก็ไม่ควรจะบัญญัติขึ้นเอง และอะไรที่พระองค์ทรงบัญญัติ ไว้แล้ว เพื่อความงดงาม เพื่อความเลื่อมใส เพื่อความมั่นคงของพระศาสนา ก็ขอได้โปรด ช่วยกันรักษาไว้และปฏิบัติตามเถิด เพราะจะเป็นการช่วยให้พระศาสนาได้ดำรงอยู่ต่อไปนานๆ ปัจจุบันนี้ภัยของพระพุทธศาสนาที่มาจากภายนอกนั้นก็มีมากจนเหลือจะรับอยู่แล้ว อย่าให้ภัยภายใน คือพระของเราเองมาช่วยกันบ่อยทำลายพระศาสนาให้สูญสิ้นไปเร็วๆ เลย ขอกราบวิงวอนมา ณ ที่นี้ด้วย ส่วนพระคุณเจ้ารูปใดที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตาม พระธรรมวินัยอยู่แล้ว เป็นที่ตั้งแห่งความศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้านอยู่แล้ว ก็ขอกราบ อนุโมทนามาด้วยความเคารพยิ่ง

   สรุปว่า พระพุทธเจ้าของเรานั้นพระองค์มิได้ฉันเจ ทั้งมิได้บัญญัติให้ภิกษุฉันเจ เพราะถ้าพระองค์ฉันเจและภิกษุก็ฉันเจอยู่แล้ว พระเทวทัตก็คงมิต้องทูลขอให้ภิกษุสงฆ์ เว้นการฉันปลาและเนื้อจนตลอดชีวิตเป็นแน่ ซึ่งโดยปกตินั้นในประเทศอินเดียนั้นผู้ที่ทานมังสวิรัติมีมากกว่าผู้ที่ไม่ทาน ตามร้านอาหารจะมีร้านที่ขึ้นป้ายไว้ว่าเป็นวีเจ๊ททีเรียน คือขายอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์อยู่มากแห่ง น่าที่พระพุทธเจ้าจะทรงบัญญัติห้ามฉันเนื้อสัตว์ แต่พระองค์ก็มิได้ทรงกระทำเช่นนั้น เพราะชาวบ้านนั้นมีทั้งที่ทานเนื้อสัตว์และไม่ทานเนื้อสัตว์ ถ้าพระองค์ทรงบัญญัติห้ามภิกษุฉันเนื้อสัตว์ พระองค์ก็ทรงปิดประตูบุญของพวกที่ทานเนื้อสัตว์ หรือจะทรงบัญญัติห้ามภิกษุฉันอาหารแป้งและผัก ฉันได้แต่เนื้อสัตว์ ก็เท่ากับพระองค์ทรงปิดประตูบุญของพวกถือมังสวิรัติ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงเป็น พระสัพพัญญู ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งทรงประกอบไปด้วยพระเมตตากรุณาเป็น อย่างยิ่ง พระองค์จึงไม่ทรงกระทำทั้ง ๒ อย่าง ทรงให้ความเป็นอิสระเสรีทั้งแก่ภิกษุสงฆ์ และชาวบ้าน คือภิกษุสงฆ์จะรับอาหารชนิดใดที่ไม่มีห้ามไว้ในพระวินัยแล้วก็รับได้ตาม ปรารถนา ส่วนชาวบ้านนั้นจะถวายอาหารชนิดใดก็ได้ คือจะเป็นเนื้อหรือมิใช่เนื้อก็ถวาย ได้ตามประสงค์ ภิกษุสงฆ์จะเลือกฉันอย่างโน้นอย่างนี้ตามใจมิได้ แต่จะฉันตามมีตามได้ ตามที่ชาวบ้านเขามีศรัทธาถวาย ฉันเพียงให้ร่างกายนี้ดำรงอยู่ได้ เพื่อปฏิบัติกิจของพระศาสนาให้ลุล่วงไปเท่านั้น ภิกษุของพระพุทธเจ้าที่แท้จริงเป็นอย่างนี้

--------------


[full-post]

ฉันเจ, อาหารเจ, มังสวิรัติ

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.