เสนามาร (กองทัพของมาร) มีอะไรบ้าง?

      บุคคลผู้ปรารถนาพ้นจากวัฏฏทุกข์ ระหว่างปฏิบัติกว่าจะบรรลุธรรมได้นั้น ย่อมต้องเผชิญกับเสนามารก่อน 

      อนึ่ง เสนามาร มี ๑๐ อย่าง โบราณาจารย์ได้สรุปเป็นคาถาเพื่อให้จดจำได้ง่ายว่า

      กามารติ ขุปฺปิปาสา      ตณฺหา จ ถินมิทฺธกํ

      ตนฺที วิจิกิจฺฉา มาโน     ลาภาทฺยุกฺกํสนา ทส.

เสนามาร ๑๐ คือ

      ๑. กามตัณหา

      ๒. ความไม่ยินดี[ในพรหมจรรย์]

      ๓. ความหิวกระหาย

      ๔. ความทะยานอยาก

      ๕. ความง่วงเหงาเศร้าซึม

      ๖. ความขลาดกลัว

      ๗. ความสงสัย

      ๘. ความถือตัว

      ๙. ลาภ สรรเสริญ สักการะ และชื่อเสียงที่ได้มาโดยมิชอบธรรม

      ๑๐. การยกตนข่มท่าน

      คำอธิบายจากสารัตถทีปนีฎีกา (ตอนอธิบายโพธิกถา)

      กิเลสกามย่อมทำให้เหล่าสัตว์ผู้ครองเรือนลุ่มหลงในวัตถุกามก่อน เมื่อบุคคลครอบงำกิเลสกามนั้นแล้วเข้าถึงความเป็นบรรพชิต ความไม่รื่นรมย์ในเสนาสนะอันสงัดหรือในกุศลธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งอาจเกิดขึ้น 

      ด้วยเหตุนั้น ความหิวกระหายย่อมบีบคั้นพวกท่านเพราะต้องดำรงชีพเนื่องด้วยผู้อื่น ความทะยานอยากในการแสวงหาอาหารย่อมยังจิตของภิกษุผู้ถูกความหิวกระหายนั้นบีบคั้นให้ย่อท้อ

ลำดับนั้น เมื่อเธอมีจิตย่อท้อ ความโงกง่วงก็จะครอบงำ

      หลังจากนั้น เมื่อเธออยู่ในเสนาสนะป่าหรือป่าชัฏที่เปลี่ยว ไม่อาจบรรลุคุณวิเศษได้ ความกลัวที่มีชื่อว่าความสะดุ้งย่อมเกิดขึ้น 

ครั้นเมื่อเธอเกิดความลังเลสงสัย ไม่เพลิดเพลินรสแห่งความวิเวกตลอดราตรีอันยาวนาน ความสงสัยในการปฏิบัติย่อมเกิดขึ้นว่า "นี้คงจะไม่ใช่แนวทางหนอ" ภิกษุผู้กำจัดความสงสัยนั้นอยู่ย่อมเกิดความเย่อหยิ่ง ความจองหอง และความกระด้าง เพราะบรรลุคุณวิเศษเพียงเล็กน้อย

ลาภ สักการะ และชื่อเสียงย่อมเกิดแก่ภิกษุผู้กำจัดอกุศลเหล่านั้นอยู่เพราะบรรลุคุณวิเศษยิ่งกว่านั้น 

      ภิกษุผู้ล่มหลงในลาภเป็นต้น แสดงสัทธรรมปฎิรูปอยู่ ได้รับชื่อเสียงที่ไม่เหมาะสมแล้วติดอยู่ในชื่อเสียงนั้น ย่อมยกตนข่มท่านด้วยชาติเป็นต้น 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า

       เอสา นมุจิ เต เสนา       กณฺหสฺสาภิหิปฺปหารินี

       น นํ อสูโร ชินาติ           เชตฺวา จ ลภเต สุขํ.

     "แน่ะมาร เสนาของเธอผู้มีธรรมอันดำ (หมายถึงอกุศลธรรม) 

     มักเบียดเบียนสมณะพราหมณ์ ผู้ไม่อาจหาญย่อมเอาชนะเสนานั้นไม่ได้ 

     ส่วนผู้อาจหาญเอาชนะแล้วย่อมได้รับสุข"

     อรรถกถาอธิบายว่า ผู้ไม่อาจหาญคือมีความห่วงใยร่างกายและชีวิตย่อมเอาชนะเสนาของมารไม่ได้อย่างนี้ แต่ผู้อาจหาญจะเอาชนะได้ ก็ครั้นชนะแล้วจะบรรลุสุขในมรรคและสุขในผล

(หากต้องการความพิสดารเรื่องเสนามาร สามารถดูได้ใน ขุ.สุ.๒๕/๔๔๖/๔๑๖, ขุ.มหา.๒๙/๒๘/๗, สารตฺถ.๓/๑๗๑-๑๗๓)

พระมหาภาคภูมิ สีลานนฺโท (Maha Silanunda)

จิรํ ติฏฺฐตุ สทฺธมฺโม

ขอพระสัทธรรมจงดำรงมั่นตลอดกาลนาน

 

[full-post]

เสนามาร,พระ

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.