Hansa Dhammahaso
ภิกษุรูปเดียวรับผ้ากฐินทางตรงไม่ได้
ภิกษุรูปเดียวสามารถอัพเกรดผ้าจีวรเป็นผ้ากฐินได้
.
พูดเอาไว้ตรงนี้ เพราะต้องการเตือนพระ หรือญาติโยมที่กำลังแปรเจตนารมณ์พระพุทธเจ้า และเหล่าพระอรรถกถาจารย์ผิดคิดไปว่าพระภิกษุรูปเดียวก็สามารถไปรับกฐินได้ จึงพากันโพนทนาว่าเชิญชวนกันว่า มาเถิดพวกเราไปทอดผ้ากฐินแก่ภิกษุผู้จำพรรษารูปเดียวกันเถิด
.
ประเด็นนี้ หลวงพ่อสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ท่านระวังในการใช้คำในการอธิบายมาก ท่านชี้ว่า "พระภิกษุจำพรรษาอยู่รูปเดียว เป็นเจ้าของผ้าที่ถวายแก่สงฆ์ ที่นั่นทั้งหมด และเธอจะกรานกฐินได้ เมื่อมีพระภิกษุมาประชุมกันเป็นสงฆ์ รวมเธอด้วยครบ 5 รูป"
.
จะเห็นว่าถ้ามองเจตนารมณ์ของพุทธองค์จากพระไตรปิฏก และอธิบายความเพิ่มเติมจากอรรถกถาจนมาถึงหลวงพ่อสมเด็จฯ ตามนัยที่ปรากฏในจีวรักขันธกะ ยืนยันในทิศทางเดียวกันว่า "ผ้าจีวร" ไม่ใช่ผ้ากฐิน ทรงมุ่งจะอนุเคราะห์พระภิกษุจึงอัพเกรดผ้าจีวรให้เป็นผ้ากฐิน เพื่อจักได้รับอานิสงส์กฐิน
.
ต้นทางของเรื่องราวทั้งหมด เป็นผ้าจีวรที่โยมตั้งใจถวายแก่สงฆ์มิใช้ผ้ากฐิน พระพุทธเจ้าย้ำว่า เราเรียกเจตนาว่าเป็นกรรม (เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ) ถ้าญาติโยมแปรเจตนาพระพุทธเจ้าผิดก็นับเป็นบาปกรรมชั้นหนึ่ง แล้วยิ่งคิดและปฏิบัติผิดโดยไม่ทราบ หรือมีเจตนาแอบแฝงด้วยการเริ่มเชิญชวนว่า เราจะถวายผ้ากฐินแก่พระรูปเดียว และเชิญชวนผู้คนจัดพิธีทอดกฐิน อันนี้ เริ่มต้นเจตนาก็ผิดแล้ว กฐินจึงไม่เป็นกฐิน และอาจจะพาลให้คนรับกฐินกลายเป็นหมันไปอีกโสตหนึ่ง
.
อย่างไรก็ดี ในเจตนานั้นรับรู้ตั้งแต่ต้นว่า พระภิกษุในวัดท่านมีจีวรเก่าคร่ำคร่าเต็มทน เราคนเดียว หรือญาติมิตรตั้งใจนำจีวรไปถวายสงฆ์เป็นสังฆทาน แล้วก็กลับบ้านไปทำมาหากินต่อไป ส่วนพระภิกษุรูปนั้น ถ้าจะเปลี่ยนจีวรใหม่ก็ได้ แต่ถ้ามุ่งจะรับอานิสงส์กฐินไปถึงกลางเดือน 4 ก็นิมนต์พระภิกษุมาให้ครบ 5 รูปเพื่อรับทราบการกรานผ้าจีวรเป็นผ้ากฐินก็ได้
.
หวังใจว่า พระภิกษุที่มิได้จำพรรษาในวัดนั้นๆ รวมถึงญาติโยมจะไม่เข้าใจผิด หรือแปรเจตนารมณ์พระพุทธเจ้าและเหล่าพระอรรถกถาจารย์ผิด คิดไปว่า เราสามารถถวายผ้ากฐินแก่พระรูปเดียวได้ จึงพากันเชิญชวนกันไปจัดงานทอดกฐินถวายท่าน
.
แต่ที่ต้องระวังยิ่งกว่านั้น คือการมีเจตนาแอบแฝงมุ่งระดมทุนที่เป็นบริวารกฐิน โดยใช้การทอดผ้ากฐินเป็นข้ออ้าง กลุ่มนี้จะใช้ประเด็นรูปเดียวรับกฐินได้ มาใช้ประโยชน์ในการดำเนินการจัดเตรียมงานทอดกฐินสามัคคีเพื่อระดมทุน
.
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย โดยการล่วงไปแห่งเรา ธรรมและวินัยจะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย การผิดต่อวินัยนับว่าเป็นผิดต่อศาสดา การไม่เคารพวินัยย่อมหมายถึงการไม่เคารพพระศาสดา เมื่อไม่สนใจพระวินัยยังจะถือว่ามีพระพุทธศาสนาให้เราเคารพนับถืออยู่กระนั้นหรือ?? หรือถ้าเราตีความพระวินัยตามใจฉัน จะได้ชื่อว่าเราเป็นศาสดาเสียเองใช่ไหม?? ด้วยเหตุนี้ การอันตรธานของพระพุทธศาสนาย่อมจักได้ชื่อว่าได้เกิดขึ้นด้วยเหตุฉะนี้

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ