ทำบุญช่วยพระไม่ให้ต้องอาบัติ (๖)

------------------------------

บุญที่ช่วยรักษาพระศาสนาได้จริง

ค่านิยมใส่บาตรพระใหม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กระทบใจชาวบ้าน

บุญกิริยาใส่บาตรพระใหม่นี้ บัดนี้เป็นที่นิยมทำกันทั่วไปหลาย ๆ พื้นที่ อาจจะทั่วประเทศไทย

ใส่บาตรพระใหม่ตอนออกจากโบสถ์เป็นเรื่องที่ทำกันมาไม่นานนัก ถ้าเอาประสบการณ์ส่วนตัวเป็นเกณฑ์ก็บอกได้ว่า เมื่อ ๗๐ ปีที่แล้วผมไม่เคยเห็นใครเขาทำกัน

สมัยนี้พอแห่นาครอบโบสถ์แล้ว นอกจากพ่อแม่ญาติพี่น้องของนาคแล้ว ก็จะมีผู้มีจิตศรัทธาส่วนหนึ่งเข้าไปนั่งร่วมดูพิธีบวชในโบสถ์ด้วย เชื่อกันว่าเป็นบุญอย่างหนึ่ง 

นอกจาก “นั่งร่วม” ในโบสถ์แล้ว ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่ง “นั่งรอ” หน้าโบสถ์

พอสำเร็จเป็นองค์พระออกจากโบสถ์ ก็จะมีท่านผู้บอกทางสวรรค์ร้องประกาศให้ญาติโยมพี่น้องไปตั้งแถวรอตั้งแต่หน้าประตูโบสถ์ลงไป --

ขอเชิญใส่บาตรพระใหม่กันนะครับ 

จะเป็นดอกไม้ธูปเทียนอะไรก็ได้ 

แต่ที่ไม่ควรขาดคือเงิน 

เตรียมเงินใส่บาตรพระใหม่ด้วยนะครับ 

ทำบุญกับพระใหม่ได้กุศลแรง

......................

“ใส่บาตร” ในคำพูดนี้หมายถึง เอาดอกไม้ธูปเทียนที่เตรียมมาถวายพระใหม่โดยวิธีใส่ลงในย่ามที่พระใหม่คล้องแขนเดินออกจากโบสถ์ เรียกกันพอเป็นที่เข้าใจง่าย ๆ ว่า “ใส่บาตรพระใหม่”

......................

ทำไมจึงว่า-ทำบุญใส่บาตรพระใหม่ได้กุศลแรง? 

อ๋อ ก็เนื่องจากพระเพิ่งบวชใหม่ ศีลของท่านยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง 

ทำบุญกับพระที่มีศีลบริสุทธิ์ผุดผ่อง 

ย่อมได้กุศลแรงด้วยประการฉะนี้ 

เป็นตรรกะที่ฟังแล้วสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง 

อยากได้กุศลแรงก็เลยใส่กันใหญ่ 

ทั้งดอกไม้ ทั้งธูปเทียน 

และที่จะต้องไม่ขาดก็คือ-เงิน

......................

ที่นิยมใส่บาตรพระใหม่-ชนิดที่ออกจากโบสถ์ปุ๊บ ก็ต้องใส่ปั๊บ ก็ด้วยเหตุผลข้อสำคัญที่สุด นั่นคือ --

พระใหม่มีศีลบริสุทธิ์ 

ทำบุญกับพระที่มีศีลบริสุทธิ์ได้กุศลแรง

แต่การเอาเงินใส่ย่ามถวายพระใหม่นั่นเองทำให้พระใหม่ศีลไม่บริสุทธิ์ตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากโบสถ์

พูดกันชัด ๆ พระใหม่ศีลขาดตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากโบสถ์ก็เพราะญาติโยมเอาเงินใส่ย่าม ทั้ง ๆ ที่อ้างว่า-ทำบุญกับพระที่มีศีลบริสุทธิ์ได้กุศลแรง

ทั้ง ๆ ที่อ้างเองว่าทำบุญกับพระที่มีศีลบริสุทธิ์ได้กุศลแรง

แต่วิธีทำบุญของเราคือการทำให้พระศีลไม่บริสุทธิ์ขึ้นมาในบัดนั้นทันที

แล้วก็ที่บอกว่า ได้กุศลแรงเพราะพระใหม่ศีลบริสุทธิ์นั้น ลองคิดให้ดีจะเห็นว่าวิปริตอย่างที่สุด

พระใหม่ศีลบริสุทธิ์ออกจากโบสถ์

ทันทีที่ท่านรับสตางค์ที่โยมคนแรกเอาใส่ย่าม ท่านก็ต้องอาบัติ เพราะละเมิดศีล ศีลขาดทันที

ท่านกลายเป็นพระที่ศีลไม่บริสุทธิ์ไปแล้วในบัดนั้นนั่นเอง

โยมคนแรกที่เอาสตางค์ใส่ย่ามพระ ได้บุญจากการถวายทานแก่พระผู้มีศีลบริสุทธิ์ ได้กุศลแรง ก็จริง

แต่พร้อมกันนั้นก็ได้ทำบาปอย่างมหันต์ไปด้วย คือทำให้พระศีลไม่บริสุทธิ์ไปในฉับพลันนั้นเอง เป็นบาปหนักที่สุด

ญาติโยมคนต่อ ๆ ไปที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะได้บุญมากได้กุศลแรงเพราะทำบุญกับพระที่ศีลบริสุทธิ์ ก็หมดสิทธิ์ เพราะพระศีลไม่บริสุทธิ์ไปเสียแล้ว

ตรงจุดนี้คือที่ทุกคนลืมคิด ทำกันไป แต่ลืมคิดว่าเรากำลังทำผิดฉกรรจ์

วิธีที่จะไม่ต้องให้มีเหตุการณ์มหาวิปริตแบบนี้ก็คือ ช่วยกันทำให้พระใหม่ไม่ต้องอาบัติ

เริ่มจากพระอุปัชฌาย์-บอกพระใหม่ทันทีที่บวชเสร็จว่าอย่ารับเงินที่โยมเอาใส่ยาม บอกโยมเขาไปว่าอย่าเอาเงินใส่ย่าม

เจ้าอาวาส-สั่งคนวัดให้เตรียมบาตรถือตามหลังพระใหม่ออกจากโบสถ์

พิธีกรงานบวช-คนนี้ควรจะมีบทบาทมากที่สุด-ประกาศบอกย้ำเตือนญาติโยมที่รอใส่บาตรพระใหม่ว่าอย่าเอาสตางค์ใส่ย่ามพระใหม่ ให้ใส่บาตรคนวัดที่ถือตามหลังพระใหม่มา

คนอื่น-ใครอีก ใครอยู่ตรงไหนตำแหน่งไหนในเหตุการณ์ พิจารณาดูว่าเราจะช่วยพระใหม่ไม่ให้ต้องอาบัติได้อย่างไรบ้าง ช่วยกันทำ

แต่ที่ทำกันอยู่ทั่วไปนั้น กลายเป็นว่า-งานบวชรายไหน ๆ ก็ไม่มีใครช่วยกันทำ

มีแต่รุมกันทำให้พระใหม่ต้องอาบัติเพราะรับเงิน

.........................................................

เชื่อหรือไม่ว่า ค่านิยมวิปริตแบบนี้ระบาดไปถึงวัดไทยในอังกฤษแล้วด้วย ฝรั่งบวชพระ คนไทยไปร่วมพิธี บวชเสร็จออกจากโบสถ์ เอาเงินใส่บาตรกันหน้าโบสถ์นั่นเลย-เหมือนกับที่ทำกันในเมืองไทย

.........................................................

ผมเคยแนะนำพิธีกรงานบวชที่พอจะแนะนำได้ว่า ขอให้ใช้โอกาสที่เป็นพิธีกรชี้แจงให้ญาติโยมฟังว่า --

การตั้งใจทำบุญกับพระใหม่เพราะได้กุศลแรงนั้นเป็นเรื่องดี 

ขออนุโมทนา 

แต่ขออนุญาต อย่าเอาเงินใส่ย่ามพระใหม่นะครับ 

ดอกไม้ธูปเทียนใส่ได้ 

แต่เงินขอให้ใส่ในบาตรซึ่งจะมีคนวัดหรือจัดใครสักคนถือบาตรตามหลังพระใหม่มาด้วย 

เอาเงินใส่บาตรนั่น 

พระใหม่จะได้ไม่เป็นอาบัติ 

พระใหม่จะได้มีศีลบริสุทธิ์สมกับเจตนาของพวกเรา

เราเองก็ได้บุญบริสุทธิ์ ไม่มีบาปติดปลายนวม

ข้อสำคัญ เป็นการริเริ่มถวายกำลังใจให้พระภิกษุสามเณร คือให้ท่านมีกำลังใจที่จะพยายามรักษาศีลให้บริสุทธิ์ต่อไปอีกด้วย จะได้มากได้น้อยไม่ว่ากัน แต่อย่างน้อยก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี

......................

พิธีกรคนที่ผมแนะนำรายงานกลับมาว่า ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

เมื่อแนะนำชี้แจงกันอย่างสุภาพนอบน้อม ทุกคนก็เข้าใจ

จัดคนวัดอุ้มบาตรตามหลังพระใหม่

ดอกไม้ธูปเทียนใส่ย่าม

ส่วนเงิน ใส่บาตรที่คนอุ้มตามหลังพระใหม่

พระใหม่ศีลไม่ขาด

ญาติโยมได้บุญบริสุทธิ์

ใครที่เคยไปร่วมบุญงานบวช เคยเอาเงินใส่บาตร-ใส่ย่ามพระใหม่ตอนออกจากโบสถ์

ต่อไปนี้เลิกทำนะครับ

การเลิกทำมีค่าเท่ากับทำบุญช่วยพระไม่ให้ต้องอาบัติ

......................

ที่ว่ามาทั้งหมด เป็นเรื่องเฉพาะหน้าเฉพาะงาน

แต่ทำบุญช่วยพระไม่ให้ต้องอาบัติอย่างเป็นหลักการมั่นคงถาวร ต้องทำกันอีกแบบหนึ่ง

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา

๒๒ มีนาคม ๒๕๖๗

๑๓:๕๕

[full-post]

ปกิณกธรรม,พระ,อาบัติ,ทำบุญ

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.