ทำบุญช่วยพระไม่ให้ต้องอาบัติ (๕)
------------------------------
บุญที่ช่วยรักษาพระศาสนาได้จริง
ผมบอกไว้ในตอนก่อนว่า เรื่องถวายเงิน-ใช้เงิน เป็นเรื่องที่กระทบใจอย่างยิ่ง-ทั้งกระทบใจพระและกระทบใจชาวบ้าน
กระทบใจพระ พูดไปแล้ว
กระทบใจชาวบ้านคืออย่างไร?
ยกเรื่องเด่นเรื่องเดียวก็พอ-นั่นคือ ทุกวันนี้พระออกบิณฑบาต ชาวบ้านเอาเงินใส่บาตรกันทั่วไปหมด
พระเองก็ประกาศดัง ๆ-ผมได้ยินมากับหู-รับเฉพาะเงินนะโยม! ไม่รับอาหาร
เอาเงินใส่บาตร พอทักเข้า ก็ไม่พอใจ
คนที่เอาเงินใส่บาตรนั้นมีเหตุผลที่น่าฟัง คือเขาบอกว่า ใส่อาหาร พระก็ได้แต่อาหาร ใส่เงิน พระจะได้เอาเงินไปซื้อของใช้ที่จำเป็นอื่น ๆ ได้อีก
เหตุผลอีกอย่างหนึ่งก็คือ บางวันไม่สะดวกที่จะจัดเตรียมอาหาร แต่เงินมีอยู่ในกระเป๋าพร้อมแล้ว พระก็มาอยู่ตรงหน้านี่แล้ว ใส่เงินสะดวกที่สุด
ฟังแล้วคิดอย่างไร?
เป็นเหตุผลที่ฟังได้ จะว่าฟังขึ้นก็ได้
แต่เหตุผลที่ฟังขึ้นหรือฟังได้เช่นว่านี้ ก็ไม่เป็นเหตุให้การเอาเงินใส่บาตรกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามพระวินัยขึ้นมาได้เลย
ผมเคยอธิบายมาบ่อยแล้ว แต่ไม่เบื่อที่จะอธิบายอีก
มีศรัทธาอยากถวายเงินให้พระ อ้างเหตุผลนั่นนี่โน่น เป็นสิ่งที่ดีแล้ว ควรแก่การอนุโมทนา
แต่การถวายเงินให้พระต้องทำให้ถูกวิธีด้วย
พระรับเงินที่โยมเอาใส่บาตร เป็นการละเมิดศีล ต้องอาบัติ
โยมที่เอาเงินใส่บาตรได้บุญก็จริง แต่ได้บาปด้วยเพราะเป็นตัวการทำให้พระต้องอาบัติ
ผมมีวิธีถวายเงินให้ได้บุญบริสุทธิ์ด้วย และช่วยพระไม่ให้ต้องอาบัติด้วย
เบื้องต้น ท่านที่มีศรัทธาจะเอาเงินใส่บาตรโปรดจัดหาซองหรือกล่องเล็ก ๆ ไว้ให้พร้อม
ทุกเช้าที่มีศรัทธาจะเอาเงินใส่บาตร ควักเงินออกมาจบ
คำจบหรือคำอธิษฐานที่ขอแนะนำ คือคาถาตั้งความปรารถนาของพระอนุรุทธ
.........................................................
คำบาลีว่าดังนี้
อิมินา ปะนะ ทาเนนะ
มา เม ทาลิททิยัง อะหุ
นัตถีติ วะจะนัง นามะ
มา อะโหสิ ภะวาภะเว.
คำไทยว่าดังนี้
ด้วยอำนาจแห่งทานนี้
ขอความยากจนเข็ญใจอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า
ขอให้ข้าพเจ้าอย่าได้ยินได้ฟังคำว่า “ไม่มี”
ทุกภพทุกชาติ เทอญ
.........................................................
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=35&p=12
.........................................................
จบแล้วเอาเงินใส่ซองหรือกล่องที่เตรียมไว้
ทำอย่างนี้มีผลเท่ากับท่านได้ใส่บาตรเรียบร้อยแล้ว ได้บุญอันเกิดจากการใส่บาตรเรียบร้อยแล้วทุกประการ อุทิศส่วนบุญให้แก่บิดามารดาปู่ย่าตายายได้เลย
.........................................................
เฮ้ย! ได้ไง! ยังไม่ได้ใส่บาตรเลย เงินก็ยังอยู่ในซองในกล่องนั่นเอง จะได้บุญได้ไง ไม่เชื่อ พูดเลอะเทอะ
.........................................................
ไม่เลอะเทอะ จงเชื่อเถิด
ผม-ผู้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน-เป็นเด็กวัด ๕ ปี เป็นสามเณร ๔ ปี เป็นพระ ๑๐ ปี รวมแล้วมีชีวิตอยู่ในร่มเงาอารามแหล่งฝึกศึกษาพระพุทธศาสนา ๒๐ ปี
เรียนบาลีจบเปรียญธรรม ๙ ประโยค อันเป็นภูมิเปรียญเอกอุสูงสุดในกระบวนศึกษาบาลีของคณะสงฆ์ไทย
ศึกษาค้นคว้าคัมภีร์คือพระบาลีพระไตรปิฎกอรรถกถาฎีกาอาจริยมติตั้งแต่อายุ ๑๘ จนบัดนี้อายุ ๘๐ ไม่เคยเว้นว่างเลย
เขียนบทความเผยแพร่ความรู้ภาษาบาลีชุด “บาลีวันละคำ” ทุกวัน จนถึงวันนี้เขียนมาแล้วมากกว่า ๔,๐๐๐ คำ
เขียนบทความเกี่ยวกับศาสนา ภาษา และสังคม เผยแพร่มาแล้วมากกว่า ๒,๐๐๐ เรื่อง และยังเขียนอยู่สม่ำเสมอ
เขียนหนังสือวิชาการทางพระพุทธศาสนาพิมพ์เผยแพร่มาแล้วมากกว่า ๓๐ เล่ม
ได้รับพระราชทานปริญญาศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิยาลัย
ได้รับพระราชทานปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิยาลัย
ได้รับพระราชทานยศ “พลเรือตรี” เป็นกรณีพิเศษ
เท่านี้พอไหม-ที่จะเป็นเครื่องรับรองให้ท่านมั่นใจได้ว่า การที่ผมบอกว่า เอาเงินใส่ซองตั้งใจสลัดตัดใจสละบริจาคให้เป็นของพระให้เป็นของสงฆ์-แม้จะไม่ได้หย่อนลงในบาตรที่พระถือไว้ ก็ได้บุญจากการบริจาคที่เรียกว่าบุญทานมัยเรียบร้อยแล้วทุกประการ เป็นสิ่งที่ถูกต้องตรงจริงตามเหตุผล ไม่ใช่เป็นการเอาเรื่องฉ้อฉลมดเท็จหรือเรื่องไม่มีเหตุผล-ที่วิญญูชนตรองตามไปก็จะพึงเห็นได้จริง-มาบอกกล่าวแต่ประการใดเลย
หรือยังจะต้องให้อ้างสรรพคุณอะไรอีก-จึงจะเชื่อ?
..........................
วิธีตัดใจบริจาคนี้ ท่านสามารถทำได้ตลอดเวลา เช้า-สาย-บ่าย-เย็น-ค่ำคืน-ดึกดื่น เกิดศรัทธาเวลาไหน ควักเงินออกมาจบเวลานั้น ไม่จำกัดว่าทำได้เฉพาะตอนเช้าที่พระออกบิณฑบาต
.........................................................
คำเตือน: เงินที่ใส่ในซองในกล่อง บัดนี้เป็นเงินพระเงินสงฆ์แล้ว ไม่จำเป็นไม่สุดวิสัยถึงชีวิต อย่าได้ข้องแวะแตะต้องใด ๆ เป็นอันขาด นรกรออยู่
.........................................................
ปฏิบัติอย่างนี้เรื่อยไป ครั้นถึงวันที่ท่านสะดวกสบายใจที่จะไปวัด ท่านก็เอาเงินในซองในกล่องนั้นไปที่วัด-วัดไหนก็ได้ที่ท่านสะดวกหรือมีศรัทธา ชวนครอบครัวผัวเมียแม่ลูกไปด้วยก็ยิ่งดี ถือโอกาสไปไหว้พระ-ไปทำบุญกันทั้งบ้าน ไปถึงวัด แจ้งความประสงค์แก่พระว่าจะเอาเงินทำบุญมาส่งวัด ขอให้จัดเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ใช่พระภิกษุสามเณรมารับ จะถวายเป็นส่วนตัวแก่เณรจ่อยมหาย้อยหลวงตาหยดก็ให้จดลงไป หรือจะถวายเป็นของสงฆ์ของวัดเป็นส่วนกลางเพื่อเป็นค่าน้ำค่าไฟค่าบำรุงการศึกษาของพระเณรหรือค่าอะไร ๆ ได้อีกสารพัด-ก็ว่าไป ขออนุโมทนาบัตรมาด้วยก็ดี เอาไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้อีกต่างหาก หรือถ้าท่านไม่ต้องการยุ่งยากมากเรื่อง ไปถึงวัดแล้วมองหาตู้บริจาคที่ไว้ใจได้ เอาเงินใส่ตู้บริจาคไปเงียบ ๆ ก็เรียบร้อยดี
นี่คือวิธีถวายเงินให้พระโดยไม่ทำให้พระต้องอาบัติ
ก็ท่านอ้างเองไม่ใช่รึ-ว่าใส่อาหาร พระก็ได้แต่อาหาร ใส่เงิน พระจะได้เอาเงินไปซื้อของใช้ที่จำเป็นอื่น ๆ ได้อีก
ก็นี่ไง ทำวิธีนี้ไง พระก็ได้มีเงินไปซื้อของใช้ที่จำเป็นอื่น ๆ ได้อีกสมตามเจตนารมณ์ของท่านแล้ว โดยไม่ต้องเป็นอาบัติเพราะละเมิดศีลเรื่องห้ามรับเงิน ท่านเองก็ได้บุญบริสุทธิ์ ไม่ต้องเกิดบาปเพาะทำให้พระผิดศีล
วิธีที่เสนอมานี้มีข้อบกพร่องนิดเดียว คือไม่ทันใจโก๋และไม่สนองความเข้าใจผิด ๆ ยึดติดอยู่กับรูปแบบทำบุญ คือคนส่วนมากยังยึดติดอยู่ว่า ต้องเอาของหย่อนลงในบาตรที่พระถือ ต้องทำแบบนี้จึงจะได้ทำบุญ ไม่ทำแบบนี้ไม่ใช่ทำบุญ ไม่ได้บุญ
ปรับแก้ความเข้าใจเสียใหม่ ข้อกระทบใจก็จะหายไปเอง
เรื่องถวายเงิน-ใช้เงิน ยังมีข้อกระทบใจชาวบ้านอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือค่านิยมใส่บาตรพระใหม่
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา
๒๑ มีนาคม ๒๕๖๗
๑๗:๐๑

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ